วิธีคิดส่วนลด | ลด 20% จ่ายเท่าไร คิดส่วนลดเป็นเปอร์เซ็นต์และลดซ้อน
ป้าย "ลด 20%" "ลดอีก 10%" หรือ "ลด 100 บาท" มีหลายแบบ แต่วิธีหาราคาที่ต้องจ่ายไม่ยาก ขอเพียงเข้าใจการคูณด้วยสัดส่วนที่เหลือ ก็จะไม่พลาดหน้าแคชเชียร์และไม่เข้าใจผิดเรื่องลดซ้อน มาดูพร้อมตัวอย่างการพิมพ์บนเครื่องคิดเลข
หาราคาหลังหักส่วนลด
ราคาที่จ่ายจริงคือ ราคาเต็ม × (1 − ส่วนลด) ลด 20% เหลือ 80% จึงพิมพ์ 1500×0.8 ได้ 1200 บาท ลด 30% เหลือ 70% พิมพ์ ×0.7 เช่น 2590 บาท ลด 30% พิมพ์ 2590×0.7 ได้ 1813 บาท เคล็ดลับคือคิด "สัดส่วนที่ต้องจ่าย" ก่อน
หาเฉพาะจำนวนเงินที่ลด
ถ้าอยากรู้ว่าประหยัดไปเท่าไร ให้ใช้ ราคาเต็ม × ส่วนลด เช่น 1500 บาท ลด 20% พิมพ์ 1500×20% ได้ส่วนลด 300 บาท เมื่อเอาราคาที่จ่าย (1200) บวกส่วนลด (300) จะกลับเป็นราคาเต็ม 1500 ใช้ตรวจทานได้ พื้นฐานเปอร์เซ็นต์อยู่ที่ วิธีคิดเปอร์เซ็นต์
ส่วนลดแบบลดซ้อน (ลดแล้วลดอีก)
"ลด 50% แล้วลดอีก 10%" ไม่เท่ากับลด 60% เพราะส่วนลดรอบสองคิดจากราคาที่ลดแล้ว วิธีคิดคือคูณต่อกัน 1000×0.5×0.9 ได้ 450 บาท (เท่ากับลดจริง 55%) จำไว้ว่าเปอร์เซ็นต์ส่วนลดนำมาบวกกันไม่ได้ ต้องคูณต่อกันเสมอ
ลดเป็นบาท กับ ลดเป็นเปอร์เซ็นต์ อันไหนคุ้มกว่า
ส่วนลดแบบระบุจำนวนเงินจะหักออกจากราคาเต็มตรงๆ เช่น สินค้า 800 บาท ลด 100 บาท เหลือ 700 บาท แต่ถ้าลด 10% จะเหลือ 800×0.9 คือ 720 บาท กรณีนี้ลด 100 บาทคุ้มกว่า ทางที่ดีคือคำนวณทั้งสองแบบแล้วเทียบ ดูตารางสรุปด้านล่าง
| ส่วนลด | คูณด้วย | ราคาเต็ม 2000 จ่ายจริง |
|---|---|---|
| 10% | 0.9 | 1,800 บาท |
| 20% | 0.8 | 1,600 บาท |
| 30% | 0.7 | 1,400 บาท |
| 50% | 0.5 | 1,000 บาท |
ถ้าสินค้ามี VAT ด้วย อ่านต่อที่ วิธีคิด VAT 7% หรือลองคิดราคาจริงที่ เปิดเครื่องคิดเลข
คำถามที่พบบ่อย
ลด 20% จ่ายเท่าไร
คูณราคาด้วย 0.8 เช่น 1500 บาท ลด 20% คือ 1500×0.8 = 1200 บาท ส่วนที่ลดคือ 300 บาท
ลด 50% แล้วลดอีก 10% เท่ากับลด 60% ไหม
ไม่ใช่ ต้องคูณ 0.5 แล้วคูณ 0.9 ได้เท่ากับลดจริง 55% เช่น 1000 บาท เหลือ 450 บาท
หาจำนวนเงินที่ลดยังไง
ใช้ ราคาเต็ม × เปอร์เซ็นต์ส่วนลด เช่น 1500×20% = 300 บาท
ลด 100 บาท กับ ลด 10% อันไหนคุ้มกว่า
ขึ้นกับราคา เช่น 800 บาท ลด 100 บาทเหลือ 700 แต่ลด 10% เหลือ 720 กรณีนี้ลดเป็นบาทคุ้มกว่า