วิธีคำนวณอายุครรภ์และวันครบกำหนดคลอดเบื้องต้น

การคํานวณอายุครรภ์แบบมาตรฐานเริ่มนับจาก "วันแรกของประจำเดือนครั้งสุดท้าย" (LMP) ไม่ใช่วันที่ปฏิสนธิ โดยนับจำนวนวันตั้งแต่วันแรกของประจำเดือนครั้งสุดท้ายจนถึงวันนี้ แล้วหารด้วย 7 จะได้อายุครรภ์เป็นสัปดาห์และวันที่เหลือ ส่วนวันครบกำหนดคลอดโดยประมาณคำนวณด้วยหลัก Naegele คือ วันแรกของประจำเดือนครั้งสุดท้าย บวก 280 วัน ซึ่งเท่ากับ 40 สัปดาห์พอดี

ตัวเลขทั้งหมดในบทความนี้เป็นการคำนวณตามสูตรปฏิทินที่ตรวจสอบซ้ำแล้ว และเป็นเพียงค่าประมาณเพื่อการวางแผนเบื้องต้นเท่านั้น ไม่ใช่คำวินิจฉัยทางการแพทย์ การยืนยันอายุครรภ์ที่แม่นยำที่สุดต้องอาศัยการตรวจอัลตราซาวด์และการประเมินโดยแพทย์หรือผู้ให้บริการสุขภาพเสมอ หากต้องการคำนวณอย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องนับปฏิทินเอง สามารถใช้เครื่องคำนวณบนหน้าแรกช่วยได้

วิธีคํานวณอายุครรภ์เป็นสัปดาห์จากวันแรกของประจำเดือน

อายุครรภ์ (gestational age) ตามธรรมเนียมทางสูติศาสตร์นับแบบ "สัปดาห์ + วัน" เช่น 19 สัปดาห์ 0 วัน หรือเขียนย่อว่า 19w0d ขั้นตอนการคำนวณมีเพียงสามขั้น

  • ขั้นที่ 1 ระบุวันแรกที่ประจำเดือนครั้งสุดท้ายมา ต้องเป็นวันแรกที่เลือดออกจริง ไม่ใช่วันสุดท้ายและไม่ใช่วันที่คาดว่าจะตกไข่
  • ขั้นที่ 2 นับจำนวนวันทั้งหมดตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันที่ต้องการทราบอายุครรภ์
  • ขั้นที่ 3 นำจำนวนวันมาหารด้วย 7 ผลหารคือจำนวนสัปดาห์ เศษที่เหลือคือจำนวนวัน

ตัวอย่างที่คำนวณจริง หากวันแรกของประจำเดือนครั้งสุดท้ายคือ 10 มีนาคม 2026 และวันที่ต้องการทราบคือ 21 กรกฎาคม 2026 ระยะห่างเท่ากับ 133 วัน เมื่อหารด้วย 7 ได้ 19 พอดีไม่มีเศษ จึงเท่ากับอายุครรภ์ 19 สัปดาห์ 0 วัน อีกตัวอย่างหนึ่ง หากวันแรกของประจำเดือนครั้งสุดท้ายคือ 15 มกราคม 2026 ระยะห่างถึงวันที่ 21 กรกฎาคม 2026 เท่ากับ 187 วัน หารด้วย 7 ได้ 26 เศษ 5 จึงเท่ากับ 26 สัปดาห์ 5 วัน

หลัก Naegele กับการบวก 280 วันเพื่อหาวันครบกำหนดคลอด

วันครบกำหนดคลอดโดยประมาณ (EDD) คือวันที่อายุครรภ์ครบ 40 สัปดาห์ เนื่องจาก 40 คูณ 7 เท่ากับ 280 วัน สูตรที่ง่ายที่สุดจึงคือนำวันแรกของประจำเดือนครั้งสุดท้ายบวกไปอีก 280 วัน

หลัก Naegele รูปแบบดั้งเดิมเขียนต่างออกไปแต่ให้ผลใกล้เคียงกัน คือ นำวันแรกของประจำเดือนครั้งสุดท้าย ลบ 3 เดือน บวก 7 วัน แล้วบวก 1 ปี ทดสอบกับตัวอย่างเดิม วันแรกของประจำเดือนครั้งสุดท้าย 15 มกราคม 2026 ลบ 3 เดือนได้ 15 ตุลาคม 2025 บวก 7 วันได้ 22 ตุลาคม 2025 บวก 1 ปีได้ 22 ตุลาคม 2026 ซึ่งตรงกับการบวก 280 วันที่ให้ผลลัพธ์ 22 ตุลาคม 2026 เช่นกัน

สำหรับตัวอย่างวันแรกของประจำเดือนครั้งสุดท้าย 10 มีนาคม 2026 การบวก 280 วันให้วันครบกำหนดคลอดโดยประมาณคือ 15 ธันวาคม 2026 ข้อควรจำคือค่านี้เป็นจุดกึ่งกลางของช่วงเวลา ไม่ใช่วันที่จะคลอดจริงแบบเจาะจง

เมื่อรอบเดือนไม่ใช่ 28 วัน ต้องปรับอย่างไร

สูตร Naegele ตั้งอยู่บนสมมติฐานว่ารอบเดือนยาว 28 วันและตกไข่ประมาณวันที่ 14 หากรอบเดือนยาวหรือสั้นกว่านั้นอย่างสม่ำเสมอ สามารถปรับด้วยการบวกหรือลบส่วนต่างของความยาวรอบเดือนได้ โดยใช้แนวคิดว่า

  • รอบเดือนยาวกว่า 28 วัน ให้บวกส่วนต่างเข้าไปในวันครบกำหนด เช่น รอบ 32 วัน ส่วนต่างคือ 4 วัน
  • รอบเดือนสั้นกว่า 28 วัน ให้ลบส่วนต่างออก เช่น รอบ 25 วัน ให้ลบ 3 วัน
  • รอบเดือนไม่สม่ำเสมอ การปรับด้วยสูตรจะคลาดเคลื่อนมาก ควรใช้ผลอัลตราซาวด์เป็นหลักแทน

ยกตัวอย่างที่คำนวณแล้ว วันแรกของประจำเดือนครั้งสุดท้าย 10 มีนาคม 2026 กับรอบเดือน 32 วัน วันครบกำหนดจะเลื่อนจาก 15 ธันวาคม 2026 เป็น 19 ธันวาคม 2026 หากสนใจหลักการนับช่วงเวลาแบบเดียวกันในบริบทอื่น อ่านเพิ่มได้ที่บทความวิธีคิดอายุจากวันเกิด ซึ่งใช้ตรรกะการนับวันบนปฏิทินคล้ายกัน

ไตรมาสและช่วงสัปดาห์สำคัญที่ควรรู้

เมื่อทราบอายุครรภ์เป็นสัปดาห์แล้ว จะแบ่งช่วงการตั้งครรภ์ออกเป็นไตรมาสได้ตามเกณฑ์ที่ใช้กันทั่วไป

  • ไตรมาสแรก ตั้งแต่ 0 สัปดาห์ 0 วัน ถึง 13 สัปดาห์ 6 วัน
  • ไตรมาสที่สอง ตั้งแต่ 14 สัปดาห์ 0 วัน ถึง 27 สัปดาห์ 6 วัน
  • ไตรมาสที่สาม ตั้งแต่ 28 สัปดาห์ 0 วัน จนถึงคลอด
  • ครรภ์ครบกำหนด เริ่มนับที่ 37 สัปดาห์ 0 วัน และวันครบกำหนดคือ 40 สัปดาห์ 0 วัน

แปลงเป็นวันที่จริงจากตัวอย่างวันแรกของประจำเดือนครั้งสุดท้าย 10 มีนาคม 2026 จะได้ว่า 13 สัปดาห์ 6 วัน ตรงกับ 15 มิถุนายน 2026, 27 สัปดาห์ 6 วัน ตรงกับ 21 กันยายน 2026, 28 สัปดาห์ 0 วัน ตรงกับ 22 กันยายน 2026, 37 สัปดาห์ 0 วัน ตรงกับ 24 พฤศจิกายน 2026 และ 42 สัปดาห์ 0 วัน ตรงกับ 29 ธันวาคม 2026

ข้อจำกัดของการคำนวณและเมื่อใดควรเชื่ออัลตราซาวด์มากกว่า

การคำนวณจากปฏิทินเป็นเพียงการประมาณทางคณิตศาสตร์ ไม่ได้วัดการเจริญเติบโตของทารกจริง จึงมีข้อจำกัดที่ควรเข้าใจ

  • ต้องจำวันแรกของประจำเดือนครั้งสุดท้ายได้แม่นยำ หากจำไม่ได้ ผลลัพธ์จะคลาดเคลื่อนทั้งชุด
  • วันตกไข่จริงอาจไม่ใช่วันที่ 14 ของรอบ ทำให้วันปฏิสนธิเลื่อนได้หลายวัน
  • เลือดออกกะปริดกะปรอยอาจถูกเข้าใจผิดว่าเป็นประจำเดือน ทำให้เริ่มนับผิดวัน
  • การตั้งครรภ์แฝดหรือการตั้งครรภ์จากเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ใช้วิธีกำหนดอายุครรภ์ต่างออกไป

โดยทั่วไปหากอัลตราซาวด์ในไตรมาสแรกให้อายุครรภ์ต่างจากการคำนวณด้วยวันแรกของประจำเดือนครั้งสุดท้ายอย่างมีนัยสำคัญ แพทย์มักยึดผลอัลตราซาวด์เป็นเกณฑ์ เพราะขนาดตัวอ่อนในช่วงแรกมีความแปรปรวนระหว่างบุคคลน้อยที่สุด ให้ถือว่าตัวเลขจากการคำนวณเป็นข้อมูลตั้งต้นสำหรับพูดคุยกับแพทย์ ไม่ใช่ข้อสรุปสุดท้าย

คำถามที่พบบ่อย

ควรเริ่มนับอายุครรภ์จากวันไหน?

เริ่มนับจากวันแรกที่ประจำเดือนครั้งสุดท้ายมา ไม่ใช่วันสุดท้ายของประจำเดือนและไม่ใช่วันที่คิดว่าปฏิสนธิ วิธีนี้ทำให้อายุครรภ์ที่ได้มากกว่าอายุจริงของตัวอ่อนประมาณ 2 สัปดาห์ ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ใช้กันทั่วโลก

ทำไมวันครบกำหนดคลอดจึงเท่ากับบวก 280 วัน?

เพราะการตั้งครรภ์ครบกำหนดตามนิยามมาตรฐานคือ 40 สัปดาห์นับจากวันแรกของประจำเดือนครั้งสุดท้าย และ 40 คูณ 7 เท่ากับ 280 วันพอดี การบวก 280 วันจึงให้ผลเดียวกับหลัก Naegele แบบลบ 3 เดือน บวก 7 วัน บวก 1 ปี

คลอดตรงวันครบกำหนดพอดีหรือไม่?

ไม่จำเป็น วันครบกำหนดคือค่าประมาณจุดกึ่งกลางเท่านั้น ช่วงครรภ์ครบกำหนดเริ่มตั้งแต่ 37 สัปดาห์ 0 วัน และการตั้งครรภ์อาจดำเนินไปถึง 42 สัปดาห์ 0 วันได้ การคลอดก่อนหรือหลังวันครบกำหนดจึงเป็นเรื่องปกติ และควรให้แพทย์ติดตามประเมินเป็นระยะ

เกี่ยวกับผู้เขียน

สมชาย ใจดี — บรรณาธิการเครื่องมือคำนวณ

ดูแลเครื่องคิดเลขออนไลน์และตรวจสอบวิธีการคำนวณในแต่ละคู่มือของเว็บไซต์นี้

editor@xn--22cdal0e7dra4d7c0a0hi2h.com

ใช้เครื่องมือ บทความทั้งหมด