สูตรหาเปอร์เซ็นต์ส่วนต่างระหว่างสองราคา

คำตอบโดยย่อ: สูตรหาเปอร์เซ็นต์ส่วนต่างระหว่างสองราคา คือ นำผลต่างของราคาทั้งสองมาหารด้วยค่าเฉลี่ยของราคาทั้งสอง แล้วคูณด้วย 100 วิธีนี้เหมาะสำหรับเปรียบเทียบราคาสินค้าสองรายการหรือราคาจากสองร้าน โดยไม่กำหนดให้ราคาใดเป็นราคาเดิมหรือราคาใหม่ หากต้องการวัดการขึ้นหรือลงจากราคาเดิม ควรใช้สูตรเปอร์เซ็นต์การเปลี่ยนแปลงแทน

สูตรหาเปอร์เซ็นต์ส่วนต่างระหว่างสองราคาคืออะไร

เปอร์เซ็นต์ส่วนต่างระหว่างสองราคาใช้แสดงว่าราคาสองค่าต่างกันมากน้อยเพียงใดเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยของราคาเหล่านั้น ผลลัพธ์อยู่ในรูปเปอร์เซ็นต์ จึงช่วยให้เปรียบเทียบสินค้าที่มีระดับราคาแตกต่างกันได้สะดวกกว่าการดูผลต่างเป็นจำนวนเงินบาทเพียงอย่างเดียว

สูตรคำนวณเปอร์เซ็นต์ส่วนต่าง

เปอร์เซ็นต์ส่วนต่าง = (ผลต่างของราคา ÷ ค่าเฉลี่ยของราคาทั้งสอง) × 100

เขียนเป็นขั้นตอนทางคณิตศาสตร์ได้ดังนี้

  1. ผลต่างของราคา = |ราคาที่หนึ่ง − ราคาที่สอง|
  2. ค่าเฉลี่ยของราคา = (ราคาที่หนึ่ง + ราคาที่สอง) ÷ 2
  3. เปอร์เซ็นต์ส่วนต่าง = (ผลต่างของราคา ÷ ค่าเฉลี่ยของราคา) × 100

เครื่องหมาย | | หมายถึงค่าสัมบูรณ์ ซึ่งทำให้ผลต่างเป็นจำนวนบวกเสมอ ไม่ว่าราคาที่หนึ่งจะสูงหรือต่ำกว่าราคาที่สอง

ความหมายขององค์ประกอบแต่ละส่วน

องค์ประกอบความหมายตัวอย่าง
ราคาที่หนึ่งราคาของสินค้าหรือรายการแรก400 บาท
ราคาที่สองราคาของสินค้าหรือรายการที่นำมาเปรียบเทียบ500 บาท
ผลต่างของราคาจำนวนเงินที่ราคาทั้งสองห่างกัน100 บาท
ค่าเฉลี่ยของราคาผลรวมของราคาทั้งสองหารด้วย 2450 บาท
เปอร์เซ็นต์ส่วนต่างผลต่างเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยของราคาประมาณ 22.22%

ข้อสำคัญคือ สูตรนี้ใช้ค่าเฉลี่ยเป็นตัวหาร ไม่ใช่ราคาที่สูงกว่า ราคาที่ต่ำกว่า หรือราคาเดิมเพียงค่าเดียว ดังนั้น หากต้องการตอบคำถามว่าราคาสองรายการต่างกันกี่เปอร์เซ็นต์โดยไม่ได้ระบุทิศทางการเปลี่ยนแปลง สูตรนี้จึงเป็นตัวเลือกที่เหมาะสม

หากต้องการคำนวณส่วนลดจากราคาก่อนลดโดยตรง สามารถดูวิธีคำนวณเพิ่มเติมได้ที่ คิดเปอร์เซ็นต์ส่วนลดสินค้าอย่างไร พร้อมสูตรคำนวณ

คำนวณเปอร์เซ็นต์ใน Excel ด้วยสูตรหาเปอร์เซ็นต์ส่วนต่าง

หากต้องเปรียบเทียบราคาหลายรายการ การคำนวณเปอร์เซ็นต์ใน Excel ช่วยลดการกรอกสูตรซ้ำและทำให้ตรวจสอบข้อมูลได้สะดวก วิธีคำนวณเปอร์เซ็นต์ Excel สำหรับการหาส่วนต่างระหว่างราคาสองค่าคือใส่ราคาแต่ละรายการไว้ในเซลล์ แล้วใช้สูตรหาผลต่างหารด้วยค่าเฉลี่ยของราคา

  1. ใส่ราคาที่หนึ่งในเซลล์ A2 เช่น 400
  2. ใส่ราคาที่สองในเซลล์ B2 เช่น 500
  3. พิมพ์สูตรต่อไปนี้ในเซลล์ C2: =ABS(A2-B2)/AVERAGE(A2,B2)
  4. กด Enter เพื่อคำนวณผลลัพธ์
  5. เลือกเซลล์ C2 แล้วตั้งค่ารูปแบบตัวเลขเป็นเปอร์เซ็นต์ เพื่อให้แสดงผลเป็น 22.22% โดยประมาณ

ในสูตรนี้ ABS ใช้หาค่าสัมบูรณ์ของผลต่าง จึงไม่ว่าราคาที่หนึ่งจะมากกว่าหรือน้อยกว่าราคาที่สองก็จะได้ผลต่างเป็นค่าบวก ส่วน AVERAGE ใช้คำนวณค่าเฉลี่ยของราคาทั้งสอง เมื่อกำหนดรูปแบบเซลล์เป็นเปอร์เซ็นต์แล้ว Excel จะแสดงค่าอัตราส่วนในรูปเปอร์เซ็นต์โดยอัตโนมัติ จึงไม่ต้องคูณ 100 ซ้ำในสูตร

เซลล์ข้อมูลหรือตัวอย่างสูตรผลลัพธ์หรือหน้าที่
A2400ราคาที่หนึ่ง
B2500ราคาที่สอง
C2=ABS(A2-B2)/AVERAGE(A2,B2)เปอร์เซ็นต์ส่วนต่างประมาณ 22.22% เมื่อจัดรูปแบบเป็นเปอร์เซ็นต์

การคำนวณเปอร์เซ็นต์ส่วนต่างไม่เหมือนกับการคำนวณเปอร์เซ็นต์การเปลี่ยนแปลง หาก A2 เป็นราคาเดิม และ B2 เป็นราคาใหม่ ให้ใช้สูตร =(B2-A2)/A2 แล้วตั้งค่าผลลัพธ์เป็นเปอร์เซ็นต์

ตัวอย่างราคาเดิม 400 บาทและราคาใหม่ 500 บาท สูตรจะให้ผล 25% หมายถึงราคาเพิ่มขึ้น 25% จากราคาเดิม หากราคาใหม่เป็น 300 บาท ผลลัพธ์จะเป็น −25% หมายถึงราคาลดลง 25% จากราคาเดิม ทั้งนี้ต้องไม่ใช้ราคาเดิมเป็นศูนย์ เพราะสูตรจะต้องหารด้วยศูนย์และไม่สามารถคำนวณตามปกติได้

หากต้องเปรียบเทียบรายการจำนวนมาก สามารถคัดลอกสูตรจาก C2 ลงไปยังแถวอื่นได้ โดยตรวจสอบให้แน่ใจว่าแต่ละแถวมีราคาที่ต้องการเปรียบเทียบอยู่ในคอลัมน์ A และ B ตามลำดับ หากเซลล์ราคาเป็นข้อความหรือมีข้อมูลไม่ครบ ควรแก้ไขข้อมูลก่อนใช้สูตรเพื่อป้องกันผลลัพธ์ที่ผิดพลาด

เปอร์เซ็นต์ส่วนต่างกับเปอร์เซ็นต์การเปลี่ยนแปลงต่างกันอย่างไร

แม้ทั้งสองสูตรจะใช้เปรียบเทียบราคาและแสดงผลเป็นเปอร์เซ็นต์เหมือนกัน แต่มีจุดประสงค์ต่างกัน การเลือกใช้สูตรให้ตรงกับคำถามจึงสำคัญ โดยเฉพาะเมื่อมีราคาเดิมและราคาปัจจุบันอย่างชัดเจน

ประเด็นเปรียบเทียบเปอร์เซ็นต์ส่วนต่างเปอร์เซ็นต์การเปลี่ยนแปลง
จุดประสงค์วัดความแตกต่างระหว่างราคาสองค่าวัดการเพิ่มขึ้นหรือลดลงจากราคาเดิม
ตัวหารค่าเฉลี่ยของราคาทั้งสองราคาเดิม
ต้องระบุราคาเดิมหรือไม่ไม่จำเป็นจำเป็น
ผลลัพธ์ติดลบได้หรือไม่ไม่ติดลบเมื่อใช้ค่าสัมบูรณ์ติดลบได้เมื่อราคาลดลง
การใช้งานที่เหมาะสมเปรียบเทียบราคาสองร้านตรวจสอบราคาก่อนและหลังปรับ

หากต้องการวัดการเปลี่ยนแปลงของข้อมูลที่มีค่าอ้างอิง ให้ดูเพิ่มเติมที่ คำนวณเปอร์เซ็นต์การเปลี่ยนแปลงจากค่าเฉลี่ย

ตัวอย่างราคาเดิม 400 บาท เปลี่ยนเป็น 500 บาท

เมื่อกำหนดให้ 400 บาทเป็นราคาเดิม และ 500 บาทเป็นราคาใหม่ จะได้ผลต่าง 100 บาท แล้วนำไปหารด้วยราคาเดิม

((500 − 400) ÷ 400) × 100 = 25%

จึงสรุปได้ว่าราคาเพิ่มขึ้น 25% จากราคาเดิม ขณะที่การคำนวณเปอร์เซ็นต์ส่วนต่างของราคา 400 บาทกับ 500 บาทให้ผลประมาณ 22.22% เพราะใช้ค่าเฉลี่ย 450 บาทเป็นตัวหารแทนราคาเดิม

ในทางกลับกัน หากราคาเปลี่ยนจาก 500 บาทเป็น 400 บาท เปอร์เซ็นต์การเปลี่ยนแปลงจะเท่ากับ ((400 − 500) ÷ 500) × 100 = −20% แสดงว่าราคาลดลง 20% จากราคาเดิม แม้ราคาสองค่าจะเหมือนกับตัวอย่างก่อนหน้า แต่ผลลัพธ์ต่างกันเพราะกำหนดทิศทางการเปลี่ยนแปลงและตัวหารไม่เหมือนกัน

หากกำลังตรวจสอบส่วนลดหรือการปรับราคาสินค้า ให้ใช้ราคาเดิมเป็นตัวหาร แต่ถ้าต้องการเปรียบเทียบราคาสองร้านโดยไม่มีราคาอ้างอิง ให้ใช้ค่าเฉลี่ยของราคาทั้งสองเป็นตัวหาร

ตัวอย่างการใช้สูตรเปรียบเทียบราคาสินค้าและส่วนลด

การเปรียบเทียบราคาสินค้าควรเริ่มจากการกำหนดเป้าหมายให้ชัดเจนว่า ต้องการวัดความแตกต่างระหว่างราคาสองราคา หรือหาว่าราคาเพิ่มขึ้นหรือลดลงจากราคาเดิม เพราะแม้จะใช้ตัวเลขชุดเดียวกัน แต่สูตรและความหมายของผลลัพธ์อาจต่างกัน

เปรียบเทียบราคาสินค้าจากสองร้าน

ร้าน ก ขายสินค้าในราคา 400 บาท ส่วนร้าน ข ขายในราคา 500 บาท หากต้องการหาเปอร์เซ็นต์ส่วนต่างระหว่างสองราคา ให้ใช้ค่าเฉลี่ยของราคาทั้งสองเป็นตัวหาร

  • ส่วนต่างของราคา = 500 − 400 = 100 บาท
  • ราคาเฉลี่ย = (400 + 500) ÷ 2 = 450 บาท
  • เปอร์เซ็นต์ส่วนต่าง = (100 ÷ 450) × 100

ผลลัพธ์คือประมาณ 22.22% หมายความว่าราคาทั้งสองแตกต่างกัน 100 บาท หรือคิดเป็นประมาณ 22.22% ของราคาเฉลี่ย หากต้องการซื้อสินค้าราคาถูกกว่า ร้าน ก จะประหยัดเงินได้ 100 บาทเมื่อเทียบกับร้าน ข

สำหรับวิธีคำนวณการเปลี่ยนแปลงของราคาในช่วงเวลาต่าง ๆ สามารถอ่านได้ที่ คำนวณเปอร์เซ็นต์การเปลี่ยนแปลงระหว่างเดือน

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเมื่อคำนวณเปอร์เซ็นต์ส่วนต่าง

แม้สูตรจะไม่ซับซ้อน แต่การเลือกตัวหารหรือกำหนดความหมายของราคาผิดอาจทำให้ได้คำตอบที่ไม่ตรงกับสิ่งที่ต้องการ ต่อไปนี้คือจุดที่ควรตรวจสอบก่อนนำผลลัพธ์ไปใช้

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยคือใช้ราคาเดิมเป็นตัวหารทั้งที่ต้องการหาเปอร์เซ็นต์ส่วนต่างระหว่างสองราคา หรือใช้ราคาเฉลี่ยทั้งที่ต้องการคำนวณเปอร์เซ็นต์ส่วนลด

  • เปอร์เซ็นต์ส่วนต่าง: นำผลต่างหารด้วยค่าเฉลี่ยของราคาทั้งสอง แล้วคูณ 100
  • เปอร์เซ็นต์การเปลี่ยนแปลง: นำผลต่างหารด้วยราคาเดิม แล้วคูณ 100
  • เปอร์เซ็นต์ส่วนลด: นำจำนวนเงินที่ลดหารด้วยราคาก่อนลด แล้วคูณ 100

ก่อนคำนวณ ให้ถามตัวเองก่อนว่าต้องการเปรียบเทียบราคาสองค่าอย่างเป็นกลาง หรือต้องการวัดการเปลี่ยนแปลงจากราคาเริ่มต้น

เมื่อคำนวณเปอร์เซ็นต์การเปลี่ยนแปลง การกำหนดราคาเดิมผิดจะทำให้ผลลัพธ์เปลี่ยนไป เช่น ราคาเพิ่มจาก 400 บาทเป็น 500 บาท จะเพิ่มขึ้น 25% เมื่อเทียบกับราคาเดิม 400 บาท แต่ถ้าราคาลดจาก 500 บาทเหลือ 400 บาท จะลดลง 20% เมื่อเทียบกับราคาเดิม 500 บาท

ในทางกลับกัน เปอร์เซ็นต์ส่วนต่างที่ใช้ค่าเฉลี่ยเป็นตัวหารจะมีค่าเท่ากัน ไม่ว่าจะแสดงราคา 400 บาทก่อนหรือราคา 500 บาทก่อน เพราะสูตรนี้ใช้วัดระยะห่างระหว่างราคา ไม่ได้วัดทิศทางการเปลี่ยนแปลง

ลืมคูณ 100 หรือปัดเศษเร็วเกินไป

หากนำผลต่างหารด้วยตัวหารแล้วได้ 0.2 ค่านี้เท่ากับ 20% ไม่ใช่ 0.2% วิธีที่ปลอดภัยคือเก็บค่าทศนิยมไว้ระหว่างคำนวณ แล้วปัดเศษเฉพาะผลลัพธ์สุดท้าย เช่น แสดงสองตำแหน่งหลังจุดทศนิยม สำหรับ Excel หากใช้การจัดรูปแบบเซลล์เป็นเปอร์เซ็นต์อยู่แล้ว ไม่ควรคูณ 100 ซ้ำในสูตร เพราะจะทำให้ค่าที่แสดงผิดไป

ใช้สูตรปกติเมื่อราคาเป็นศูนย์

หากราคาทั้งสองเป็นศูนย์ ค่าเฉลี่ยจะเป็นศูนย์และไม่สามารถใช้เป็นตัวหารได้ หากราคาใดราคาหนึ่งเป็นศูนย์ ค่าเฉลี่ยจะไม่เป็นศูนย์ แต่ควรพิจารณาว่าการเปรียบเทียบดังกล่าวมีความหมายในบริบทนั้นหรือไม่ ส่วนเปอร์เซ็นต์การเปลี่ยนแปลงจากราคาเดิมเป็นศูนย์จะคำนวณไม่ได้ด้วยสูตรปกติ เพราะไม่สามารถหารด้วยศูนย์ได้

เปรียบเทียบราคาที่มีหน่วยหรือเงื่อนไขต่างกัน

ราคาสินค้าสองรายการอาจเปรียบเทียบกันไม่ได้โดยตรง หากจำนวนสินค้าต่อแพ็ก ขนาด ปริมาณ หรือเงื่อนไขการซื้อไม่เท่ากัน เช่น แพ็กหนึ่งมี 500 กรัม แต่อีกแพ็กมี 1,000 กรัม ควรคำนวณราคาต่อหน่วยก่อน แล้วจึงนำราคาต่อหน่วยมาเปรียบเทียบ เพื่อให้ผลลัพธ์สะท้อนความแตกต่างได้เหมาะสมกว่า

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสูตรหาเปอร์เซ็นต์ส่วนต่างระหว่างสองราคา

คิดเปอร์เซ็นต์ส่วนต่างยังไง?

นำราคาที่สูงกว่าลบด้วยราคาที่ต่ำกว่าเพื่อหาผลต่าง จากนั้นนำราคาทั้งสองมาบวกกันแล้วหารด้วย 2 เพื่อหาค่าเฉลี่ย สุดท้ายนำผลต่างหารด้วยค่าเฉลี่ยแล้วคูณ 100 เช่น ราคา 400 บาทกับ 500 บาท มีผลต่าง 100 บาทและค่าเฉลี่ย 450 บาท จึงได้เปอร์เซ็นต์ส่วนต่างประมาณ 22.22%

ถ้าราคา 500 บาท ลด 20% จะเหลือเท่าไหร่?

คำนวณเงินส่วนลดโดยนำ 500 × 20 ÷ 100 = 100 บาท จากนั้นหักออกจากราคาเดิม 500 − 100 = 400 บาท ดังนั้นราคาหลังลดเท่ากับ 400 บาท

อ่านตัวอย่างการคำนวณเปอร์เซ็นต์เพิ่มเติมได้ที่ 3% ของ 10,000 บาท เท่ากับเท่าไหร่

เปอร์เซ็นต์ส่วนต่างเป็นค่าติดลบได้หรือไม่?

ตามสูตรเปอร์เซ็นต์ส่วนต่างที่ใช้ค่าสัมบูรณ์ ผลลัพธ์จะไม่ติดลบ เพราะมีจุดประสงค์เพื่อวัดขนาดของความแตกต่างโดยไม่สนใจทิศทาง หากต้องการระบุว่าราคาเพิ่มขึ้นหรือลดลง ควรใช้สูตรเปอร์เซ็นต์การเปลี่ยนแปลงซึ่งใช้ราคาเดิมเป็นตัวหาร

เหตุใดการลดจาก 500 บาทเหลือ 400 บาทจึงลดลง 20% แต่ส่วนต่างเป็น 22.22%?

เพราะการลดราคาใช้ราคาเดิม 500 บาทเป็นตัวหาร จึงคำนวณได้ (100 ÷ 500) × 100 = 20% ส่วนเปอร์เซ็นต์ส่วนต่างใช้ค่าเฉลี่ยของราคาทั้งสอง คือ 450 บาทเป็นตัวหาร จึงได้ (100 ÷ 450) × 100 ≈ 22.22% สูตรทั้งสองตอบคนละคำถาม

ถ้าราคาทั้งสองเท่ากัน เปอร์เซ็นต์ส่วนต่างเท่ากับเท่าไหร่?

หากราคาทั้งสองเท่ากันและมีค่ามากกว่าศูนย์ ผลต่างจะเป็นศูนย์ เมื่อนำไปหารด้วยค่าเฉลี่ยที่ไม่เป็นศูนย์จึงได้เปอร์เซ็นต์ส่วนต่างเท่ากับ 0% หากราคาทั้งสองเป็นศูนย์ จะไม่สามารถใช้สูตรปกติได้เพราะต้องหารด้วยศูนย์

ควรปัดเศษเปอร์เซ็นต์ส่วนต่างกี่ตำแหน่ง?

โดยทั่วไปสามารถแสดงทศนิยมสองตำแหน่งเพื่อให้อ่านง่าย เช่น 22.22% แต่ควรเก็บค่าระหว่างคำนวณให้ครบก่อนปัดเศษผลลัพธ์สุดท้าย หากใช้ Excel สามารถตั้งจำนวนตำแหน่งทศนิยมในรูปแบบเซลล์ได้ตามความต้องการ

สามารถใช้สูตรนี้เปรียบเทียบราคาสินค้าคนละขนาดได้หรือไม่?

ควรแปลงราคาให้เป็นหน่วยเดียวกันก่อน เช่น ราคาต่อกรัม ราคาต่อลิตร หรือราคาต่อชิ้น แล้วจึงคำนวณเปอร์เซ็นต์ส่วนต่าง เพื่อหลีกเลี่ยงการเปรียบเทียบราคาต่อแพ็กที่มีปริมาณไม่เท่ากันโดยตรง

เปอร์เซ็นต์ส่วนต่างระหว่างสองราคาขึ้นอยู่กับลำดับการใส่ราคาหรือไม่?

ไม่ขึ้นอยู่กับลำดับ หากใช้ค่าสัมบูรณ์ของผลต่างและค่าเฉลี่ยของราคาทั้งสอง เช่น ราคา 400 บาทกับ 500 บาทจะให้ผลเท่ากับการใส่ราคา 500 บาทก่อนราคา 400 บาท แต่เปอร์เซ็นต์การเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับว่าราคาใดเป็นราคาเดิม

ถ้าทราบเปอร์เซ็นต์ส่วนลดแล้ว จะหาราคาหลังลดได้อย่างไร?

นำราคาก่อนลดคูณด้วย 1 ลบอัตราส่วนลดในรูปทศนิยม เช่น ส่วนลด 20% ให้คูณราคาก่อนลดด้วย 0.80 หากราคาก่อนลดคือ 1,000 บาท จะได้ราคาหลังลด 800 บาท

สรุปวิธีเลือกสูตรและขั้นตอนถัดไป

การหาเปอร์เซ็นต์ส่วนต่างระหว่างสองราคาเริ่มจากการหาผลต่างของราคา แล้วหารด้วยค่าเฉลี่ยของราคาทั้งสองก่อนคูณ 100 สูตรนี้เหมาะสำหรับเปรียบเทียบราคาสองรายการที่ไม่มีการกำหนดราคาเดิมและราคาใหม่อย่างชัดเจน หากต้องการวัดการเพิ่มขึ้นหรือลดลงจากราคาเดิม ให้ใช้สูตรเปอร์เซ็นต์การเปลี่ยนแปลงแทน ส่วนการคำนวณส่วนลดให้ใช้ราคาก่อนลดเป็นฐาน

หากมีราคาหลายรายการ การคำนวณเปอร์เซ็นต์ใน Excel ช่วยให้ทำงานได้รวดเร็วขึ้น โดยใช้ =ABS(A2-B2)/AVERAGE(A2,B2) สำหรับเปอร์เซ็นต์ส่วนต่าง และตั้งค่ารูปแบบเซลล์เป็นเปอร์เซ็นต์ก่อนอ่านผลลัพธ์ ควรตรวจสอบหน่วย ราคาอ้างอิง และการปัดเศษทุกครั้ง เพื่อให้คำตอบสอดคล้องกับสิ่งที่ต้องการวัดจริง

คำถามที่พบบ่อย

สูตรหาเปอร์เซ็นต์ส่วนต่างระหว่างสองราคาคืออะไร?

นำค่าสัมบูรณ์ของผลต่างระหว่างราคาทั้งสองหารด้วยค่าเฉลี่ยของราคาทั้งสอง แล้วคูณ 100 เพื่อแปลงเป็นเปอร์เซ็นต์

เปอร์เซ็นต์ส่วนต่างต่างจากเปอร์เซ็นต์การเปลี่ยนแปลงอย่างไร?

เปอร์เซ็นต์ส่วนต่างใช้ค่าเฉลี่ยของราคาทั้งสองเป็นตัวหาร ส่วนเปอร์เซ็นต์การเปลี่ยนแปลงใช้ราคาเดิมเป็นตัวหารเพื่อวัดการเพิ่มขึ้นหรือลดลง

ราคาสินค้า 400 บาทกับ 500 บาทมีเปอร์เซ็นต์ส่วนต่างเท่าไหร่?

ผลต่างคือ 100 บาท และราคาเฉลี่ยคือ 450 บาท ดังนั้นเปอร์เซ็นต์ส่วนต่างเท่ากับประมาณ 22.22%

สินค้าราคา 1,000 บาทลดเหลือ 800 บาท ลดกี่เปอร์เซ็นต์?

ส่วนลดเท่ากับ 200 บาท หารด้วยราคาก่อนลด 1,000 บาท แล้วคูณ 100 จึงได้ส่วนลด 20%

เปอร์เซ็นต์ส่วนต่างเป็นค่าติดลบได้หรือไม่?

หากใช้ค่าสัมบูรณ์ของผลต่างตามสูตรเปอร์เซ็นต์ส่วนต่าง ค่าที่ได้จะไม่ติดลบ หากต้องการแสดงทิศทางการเพิ่มขึ้นหรือลดลง ให้ใช้เปอร์เซ็นต์การเปลี่ยนแปลงและกำหนดลำดับราคาให้ถูกต้อง

เหตุใดการลดจาก 500 บาทเหลือ 400 บาทจึงลดลง 20% แต่ส่วนต่างเป็น 22.22%?

เพราะการลดราคาใช้ราคาเดิม 500 บาทเป็นตัวหาร ส่วนเปอร์เซ็นต์ส่วนต่างใช้ค่าเฉลี่ย 450 บาทเป็นตัวหาร จึงได้ผลลัพธ์ต่างกัน

ถ้าราคาทั้งสองเท่ากัน เปอร์เซ็นต์ส่วนต่างเท่ากับเท่าไหร่?

หากราคาทั้งสองเท่ากันและมีค่ามากกว่าศูนย์ ผลต่างเป็นศูนย์ จึงมีเปอร์เซ็นต์ส่วนต่างเท่ากับ 0%

ถ้าราคาทั้งสองเป็นศูนย์ คำนวณเปอร์เซ็นต์ส่วนต่างได้หรือไม่?

ไม่สามารถใช้สูตรปกติได้ เพราะค่าเฉลี่ยของราคาทั้งสองเป็นศูนย์ ทำให้ต้องหารด้วยศูนย์ จึงควรรายงานว่าไม่สามารถคำนวณด้วยสูตรนี้ได้

เกี่ยวกับผู้เขียน

สมชาย ใจดี — บรรณาธิการเครื่องมือคำนวณ

ดูแลเครื่องคิดเลขออนไลน์และตรวจสอบวิธีการคำนวณในแต่ละคู่มือของเว็บไซต์นี้

editor@xn--22cdal0e7dra4d7c0a0hi2h.com

ใช้เครื่องมือ บทความทั้งหมด