วิธีคิดเปอร์เซ็นต์เป็นเงิน พร้อมสูตรและตัวอย่างคำนวณ

วิธีคิดเปอร์เซ็นต์เป็นเงิน ใช้สูตร จำนวนเงิน × เปอร์เซ็นต์ ÷ 100 เช่น ต้องการหา 15% ของเงิน 2,000 บาท ให้นำ 2,000 × 15 ÷ 100 จะได้ 300 บาท สูตรนี้ใช้คำนวณส่วนลด เงินเดือน ค่าคอมมิชชัน กำไร และจำนวนเงินอื่น ๆ ที่คิดเป็นสัดส่วนร้อยละได้ โดยต้องเลือกยอดตั้งต้นให้ถูกต้องก่อนคำนวณ

สูตรพื้นฐานสำหรับวิธีคิดเปอร์เซ็นต์เป็นเงิน

การคำนวณเปอร์เซ็นต์เป็นจำนวนเงินจริงไม่จำเป็นต้องใช้สูตรซับซ้อน เพียงรู้ยอดเงินตั้งต้นและอัตราเปอร์เซ็นต์ที่ต้องการ ก็สามารถหาผลลัพธ์ได้ โดยเปอร์เซ็นต์หรือร้อยละหมายถึงสัดส่วนที่เทียบกับ 100 ส่วน

สูตรหาจำนวนเงินจากเปอร์เซ็นต์

สูตรหลักคือ

จำนวนเงินที่ต้องการ = ยอดเงินตั้งต้น × เปอร์เซ็นต์ ÷ 100

ตัวเลขแต่ละส่วนมีความหมายดังนี้

  • ยอดเงินตั้งต้น: จำนวนเงินทั้งหมดที่ต้องการนำมาคำนวณ เช่น 5,000 บาท
  • เปอร์เซ็นต์: อัตราร้อยละที่ต้องการหา เช่น 10%, 15% หรือ 25%
  • จำนวนเงินที่ต้องการ: ผลลัพธ์ที่ได้หลังคำนวณ เช่น 10% ของ 5,000 บาท เท่ากับ 500 บาท

ตัวอย่าง หากต้องการหา 8% ของเงิน 3,000 บาท สามารถแทนค่าในสูตรได้ดังนี้

3,000 × 8 ÷ 100 = 240 บาท

ดังนั้น 8% ของเงิน 3,000 บาท คือ 240 บาท

วิธีแปลงเปอร์เซ็นต์เป็นทศนิยม

อีกวิธีหนึ่งคือเปลี่ยนเปอร์เซ็นต์เป็นทศนิยมก่อน แล้วนำไปคูณกับยอดเงินตั้งต้น วิธีนี้เหมาะกับผู้ที่ต้องคำนวณบ่อย ๆ หรือใช้เครื่องคิดเลขที่รองรับการคูณทศนิยม

เปอร์เซ็นต์ ทศนิยม ตัวอย่างเมื่อคูณเงิน 1,000 บาท
1% 0.01 10 บาท
5% 0.05 50 บาท
10% 0.10 100 บาท
15% 0.15 150 บาท
20% 0.20 200 บาท
25% 0.25 250 บาท
50% 0.50 500 บาท

ตัวอย่างเช่น ต้องการหา 12% ของเงิน 4,500 บาท ให้แปลง 12% เป็น 0.12 แล้วคำนวณ 4,500 × 0.12 จะได้ 540 บาท ซึ่งเป็นคำตอบเดียวกับการใช้สูตรเปอร์เซ็นต์แบบปกติ

สูตรหาเปอร์เซ็นต์เมื่อรู้จำนวนเงินแล้ว

หากทราบจำนวนเงินส่วนหนึ่งและยอดเงินทั้งหมด แต่ยังไม่ทราบว่าเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ ให้ใช้สูตรกลับกัน

เปอร์เซ็นต์ = จำนวนเงินส่วนที่ต้องการ ÷ ยอดเงินทั้งหมด × 100

ตัวอย่าง มีเงินทั้งหมด 2,500 บาท และใช้จ่ายไป 750 บาท ต้องการทราบว่าใช้เงินไปกี่เปอร์เซ็นต์

750 ÷ 2,500 × 100 = 30%

ดังนั้น เงิน 750 บาทคิดเป็น 30% ของเงินทั้งหมด 2,500 บาท

สูตรนี้มีประโยชน์เมื่อต้องการตรวจสอบสัดส่วนค่าใช้จ่าย ยอดขาย เงินออม หรือความคืบหน้าของเป้าหมายทางการเงิน โดยต้องนำจำนวนเงินส่วนที่สนใจหารด้วยยอดรวมที่เกี่ยวข้องเสมอ

วิธีกดเครื่องคิดเลขเพื่อหาจำนวนเงินเป็นเปอร์เซ็นต์

หากไม่ต้องการคำนวณด้วยตนเอง สามารถใช้เครื่องคิดเลขทั่วไปได้ โดยกดตัวเลขตามลำดับต่อไปนี้

  1. ใส่ยอดเงินตั้งต้น เช่น 8,000
  2. กดเครื่องหมายคูณ
  3. ใส่เปอร์เซ็นต์ที่ต้องการ เช่น 12
  4. กดหารด้วย 100
  5. กดเครื่องหมายเท่ากับเพื่อดูผลลัพธ์

ตัวอย่างการกดคือ 8,000 × 12 ÷ 100 = 960 บาท ดังนั้น 12% ของเงิน 8,000 บาท เท่ากับ 960 บาท

หากเครื่องคิดเลขมีปุ่มเปอร์เซ็นต์ (%) วิธีใช้งานอาจแตกต่างกันตามรุ่นและรูปแบบการคำนวณ หากไม่แน่ใจ ควรใช้วิธีคูณด้วยอัตราเปอร์เซ็นต์แล้วหารด้วย 100 เพราะตรวจสอบขั้นตอนได้ชัดเจนกว่า

ตัวอย่างคิดเปอร์เซ็นต์เป็นเงินบาทในสถานการณ์ต่าง ๆ

เมื่อเข้าใจสูตรแล้ว ขั้นต่อไปคือเลือกใช้ให้เหมาะกับสถานการณ์จริง แม้อัตราเปอร์เซ็นต์จะเท่ากัน แต่จำนวนเงินที่ได้จะแตกต่างกันตามยอดตั้งต้น ตัวอย่างต่อไปนี้แสดงวิธีคำนวณจากยอดเงินหลายขนาด

ตัวอย่างที่ 1: 3% ของเงิน 10,000 บาท

หากต้องการหา 3% ของเงิน 10,000 บาท ให้แทนค่าในสูตรดังนี้

10,000 × 3 ÷ 100 = 300 บาท

ดังนั้น 3% ของเงิน 10,000 บาท เท่ากับ 300 บาท หากเป็นเงินส่วนลดหรือค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ต้องพิจารณาต่อว่าจะนำ 300 บาทไปหักออกจากยอดตั้งต้นหรือบวกเพิ่มเข้าไป

ตัวอย่างที่ 2: 15% ของเงิน 100 บาท

การหาเปอร์เซ็นต์จากยอดเงินจำนวนน้อยใช้หลักการเดียวกัน

100 × 15 ÷ 100 = 15 บาท

ดังนั้น 15% ของเงิน 100 บาท เท่ากับ 15 บาท ตัวอย่างนี้ช่วยให้เห็นว่าเปอร์เซ็นต์เป็นสัดส่วนของยอดเงิน ไม่ใช่จำนวนเงินคงที่ที่ใช้ได้กับทุกยอด

ตัวอย่างที่ 3: คำนวณ 10% ของเงินเดือน

สมมติว่ามีเงินเดือน 25,000 บาท และต้องการคำนวณ 10% ของเงินเดือน

25,000 × 10 ÷ 100 = 2,500 บาท

ดังนั้น 10% ของเงินเดือน 25,000 บาท คือ 2,500 บาท หากต้องการคำนวณเงินที่เหลือหลังหักจำนวนนี้ จะได้ 25,000 − 2,500 = 22,500 บาท โดยตัวอย่างนี้ยังไม่รวมรายการหักอื่น ๆ ที่อาจมีจริง

หากต้องการดูตัวอย่างเฉพาะเรื่องเงินเดือนเพิ่มเติม สามารถอ่านบทความ 5% ของเงินเดือนคิดยังไง เพื่อเปรียบเทียบการคำนวณในอัตราที่แตกต่างกัน

ตัวอย่างที่ 4: คำนวณค่าคอมมิชชันจากยอดขาย

สมมติว่าขายสินค้าได้ 40,000 บาท และได้รับค่าคอมมิชชัน 5% ของยอดขาย หากข้อตกลงกำหนดให้คิดจากยอดขายเต็มจำนวน จะคำนวณได้ดังนี้

40,000 × 5 ÷ 100 = 2,000 บาท

ดังนั้น ค่าคอมมิชชันตามตัวอย่างนี้เท่ากับ 2,000 บาท อย่างไรก็ตาม ควรตรวจสอบเงื่อนไขการคิดค่าคอมมิชชันด้วยว่าใช้ยอดขายก่อนหรือหลังหักส่วนลด รวมถึงมีรายการใดที่ไม่นำมาคำนวณหรือไม่

ตัวอย่างที่ 5: คำนวณกำไรเป็นเปอร์เซ็นต์ของต้นทุน

สมมติว่าซื้อสินค้ามาในราคา 800 บาท และขายได้ 1,000 บาท โดยยังไม่รวมค่าใช้จ่ายอื่น กำไรเบื้องต้นคือ

1,000 − 800 = 200 บาท

หากต้องการคำนวณกำไรเป็นเปอร์เซ็นต์ของต้นทุน ให้นำกำไรหารด้วยต้นทุนแล้วคูณ 100

200 ÷ 800 × 100 = 25%

ดังนั้น กำไรเท่ากับ 25% ของต้นทุนในตัวอย่างนี้ สิ่งสำคัญคือการระบุฐานที่ใช้คำนวณให้ชัดเจน เพราะเปอร์เซ็นต์กำไรที่คิดจากต้นทุนไม่ใช่ตัวเลขเดียวกับอัตรากำไรที่คิดจากราคาขาย

ตารางสรุปตัวอย่างเปอร์เซ็นต์เป็นจำนวนเงินจริง

ยอดเงินตั้งต้น อัตราเปอร์เซ็นต์ จำนวนเงินที่คำนวณได้
1,500 บาท 10% 150 บาท
2,000 บาท 15% 300 บาท
5,000 บาท 20% 1,000 บาท
12,000 บาท 5% 600 บาท
30,000 บาท 8% 2,400 บาท

จากตัวอย่างจะเห็นว่า เมื่อยอดตั้งต้นเพิ่มขึ้น จำนวนเงินที่คิดเป็นเปอร์เซ็นต์เดียวกันก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย ดังนั้น ก่อนคำนวณทุกครั้งควรตรวจสอบทั้งยอดเงินและอัตราเปอร์เซ็นต์ เพื่อป้องกันการใช้ฐานผิดหรือใส่ตัวเลขสลับกัน

วิธีคิดเปอร์เซ็นต์ส่วนลดและราคาหลังลด

การซื้อสินค้าที่มีป้ายลดราคาเป็นสถานการณ์ที่พบได้บ่อย แต่การหาเงินส่วนลดกับการหาราคาสุทธิเป็นคนละขั้นตอนกัน หากต้องการทราบทั้งจำนวนเงินที่ประหยัดได้และราคาที่ต้องจ่าย ควรคำนวณแยกกัน

สูตรคำนวณจำนวนเงินส่วนลด

เงินส่วนลด = ราคาเต็ม × เปอร์เซ็นต์ส่วนลด ÷ 100

ตัวอย่าง สินค้าราคาเต็ม 2,500 บาท ลดราคา 20%

2,500 × 20 ÷ 100 = 500 บาท

ดังนั้น จำนวนเงินส่วนลดคือ 500 บาท

ดูเพิ่มเติม: คำนวณส่วนลด คำนวณราคาห | เครื่องคิดเลขออนไลน์ ฟรี 2026

ตัวอย่างส่วนลดในอัตราที่แตกต่างกัน

ราคาเต็ม ส่วนลด เงินที่ประหยัดได้ ราคาหลังลด
500 บาท 10% 50 บาท 450 บาท
1,200 บาท 15% 180 บาท 1,020 บาท
3,000 บาท 25% 750 บาท 2,250 บาท
8,000 บาท 30% 2,400 บาท 5,600 บาท

ข้อควรระวังเมื่อคำนวณส่วนลดหลายรายการ

หากสินค้าลดราคาหลายครั้ง ควรตรวจสอบว่าเปอร์เซ็นต์แต่ละครั้งคิดจากราคาเต็มหรือราคาที่ลดแล้ว เพราะผลลัพธ์อาจไม่เท่ากัน

ตัวอย่างเช่น สินค้าราคา 1,000 บาท ลด 20% ก่อน จะเหลือ 800 บาท หากลดเพิ่มอีก 10% จากราคาที่เหลือ ส่วนลดครั้งที่สองคือ 800 × 10 ÷ 100 = 80 บาท ทำให้ราคาสุดท้ายเท่ากับ 720 บาท ไม่ใช่ 700 บาท ซึ่งจะเป็นผลลัพธ์หากนำส่วนลดทั้งสองอัตรามาบวกเป็น 30% ของราคาเต็ม

นอกจากนี้ ควรตรวจสอบเงื่อนไขโปรโมชัน เช่น ส่วนลดใช้ได้กับสินค้าใด มีขั้นต่ำในการซื้อหรือไม่ และมีค่าใช้จ่ายอื่นเพิ่มหรือเปล่า เพราะราคาที่คำนวณได้จากเปอร์เซ็นต์ส่วนลดอาจยังไม่ใช่ยอดชำระสุดท้ายในทุกกรณี

วิธีกดเครื่องคิดเลขและคำนวณเปอร์เซ็นต์ในตารางคำนวณ

การคิดเปอร์เซ็นต์เป็นเงินสามารถทำได้ทั้งเครื่องคิดเลขทั่วไป เครื่องคิดเลขในโทรศัพท์ และตารางคำนวณบนคอมพิวเตอร์ โดยเลือกวิธีตามจำนวนรายการที่ต้องคำนวณ หากคำนวณเพียงหนึ่งรายการ การแปลงเปอร์เซ็นต์เป็นทศนิยมแล้วคูณยอดเงินตั้งต้นเป็นวิธีที่ตรงไปตรงมา แต่หากต้องคำนวณยอดขาย เงินเดือน หรือส่วนลดหลายรายการพร้อมกัน การใช้สูตรในตารางคำนวณจะช่วยลดการกดตัวเลขซ้ำ

วิธีกดเครื่องคิดเลขสำหรับการคิดเปอร์เซ็นต์เป็นเงิน

สมมติว่าต้องการหา 15% ของเงิน 2,400 บาท ให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้

  1. ตรวจสอบยอดเงินตั้งต้นว่าเป็น 2,400 บาท
  2. แปลง 15% เป็น 0.15 หรือใช้ปุ่มเปอร์เซ็นต์บนเครื่องคิดเลขที่รองรับ
  3. คูณ 2,400 ด้วย 0.15
  4. ตรวจสอบผลลัพธ์ ซึ่งเท่ากับ 360 บาท

หากเครื่องคิดเลขไม่มีปุ่มเปอร์เซ็นต์ ให้ใช้วิธีหารอัตราร้อยละด้วย 100 ก่อนคูณเสมอ เช่น 8% ของเงิน 5,000 บาท คำนวณจาก 5,000 × 8 ÷ 100 ได้ 400 บาท วิธีนี้ใช้ได้กับเครื่องคิดเลขทั่วไปและช่วยลดความสับสนเรื่องลำดับการกดปุ่ม

ดูเพิ่มเติม: เปอร์เซ็นต์ไขมันในร่างกาย คำนวณยังไง | เครื่องคิดเลข

เลือกวิธีคำนวณให้เหมาะกับงาน

  • คำนวณยอดเดียว: ใช้เครื่องคิดเลขทั่วไปเพื่อหาจำนวนเงินจากเปอร์เซ็นต์ได้รวดเร็ว
  • คำนวณส่วนลด: หาจำนวนเงินส่วนลดก่อน แล้วนำไปลบออกจากราคาตั้งต้น
  • คำนวณค่าคอมมิชชัน: คูณยอดขายที่ใช้เป็นฐานด้วยอัตราค่าคอมมิชชันที่กำหนด
  • คำนวณหลายรายการ: ใช้ตารางคำนวณและตรวจสอบสูตรให้ถูกต้องก่อนคัดลอกไปยังแถวอื่น

หากต้องการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มโดยเฉพาะ สามารถอ่าน วิธีคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม เพื่อแยกกรณีบวกภาษีเพิ่มจากราคาก่อนภาษีและกรณีหาราคาก่อนภาษีจากยอดรวม

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเมื่อคิดเปอร์เซ็นต์เป็นเงิน

แม้สูตรคำนวณเปอร์เซ็นต์จะไม่ซับซ้อน แต่การเลือกฐานคำนวณผิดหรือสับสนระหว่างจำนวนเงินกับอัตราร้อยละอาจทำให้ผลลัพธ์คลาดเคลื่อนได้ ก่อนนำตัวเลขไปใช้ในการซื้อขาย คำนวณเงินเดือน หรือสรุปยอดรายรับ ควรตรวจสอบประเด็นต่อไปนี้

1. ใช้ยอดเงินตั้งต้นผิด

ฐานคำนวณคือจำนวนเงินที่นำมาใช้หาเปอร์เซ็นต์ เช่น หากสินค้ามีราคาก่อนลด 2,000 บาท และลดราคา 10% เงินส่วนลดต้องคำนวณจาก 2,000 บาท ไม่ใช่ราคาหลังลด

เงินส่วนลดเท่ากับ 2,000 × 10 ÷ 100 = 200 บาท ดังนั้นราคาหลังลดคือ 2,000 − 200 = 1,800 บาท หากนำ 10% ไปคูณกับราคาหลังลดแทน จะได้ฐานคำนวณที่ไม่ตรงกับโจทย์เดิม

2. ลืมหาร 100 เมื่อใช้ตัวเลขเปอร์เซ็นต์

เปอร์เซ็นต์ต้องแปลงเป็นส่วนของ 100 ก่อนนำไปคูณ หากต้องการหา 12% ของ 5,000 บาท ต้องคำนวณ 5,000 × 12 ÷ 100 หรือ 5,000 × 0.12 ซึ่งได้ 600 บาท ไม่ใช่ 60,000 บาทจากการนำ 5,000 คูณ 12 โดยตรง

3. สับสนระหว่างจำนวนเงินกับอัตราร้อยละ

จำนวนเงินที่ต้องการเป็นผลลัพธ์ในหน่วยบาท ส่วนเปอร์เซ็นต์เป็นอัตราส่วน เช่น 300 บาทเป็นจำนวนเงิน แต่ 15% เป็นอัตราร้อยละ หากโจทย์ถามว่า 300 บาทคิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของ 2,000 บาท ต้องใช้สูตร 300 ÷ 2,000 × 100 จึงได้ 15% ไม่ใช่นำ 300 ไปคูณ 15

เงินส่วนลดและราคาหลังลดเป็นคนละค่า หากสินค้าราคา 1,500 บาท ลด 20% จะได้เงินส่วนลด 300 บาท แต่ราคาที่ต้องจ่ายคือ 1,200 บาท การตอบเพียง 300 บาทจึงถูกต้องเฉพาะเมื่อโจทย์ถามจำนวนเงินส่วนลดเท่านั้น

เปอร์เซ็นต์ที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงต้องพิจารณาจากฐานคำนวณของแต่ละขั้น เช่น เงิน 1,000 บาทเพิ่มขึ้น 10% จะเป็น 1,100 บาท แต่หากลด 10% จาก 1,100 บาท จะเหลือ 990 บาท ไม่ใช่กลับมาเป็น 1,000 บาท เพราะการลดครั้งหลังคำนวณจากยอดใหม่ที่สูงกว่าเดิม

6. ปัดเศษเร็วเกินไป

การปัดเศษระหว่างขั้นตอนอาจทำให้ยอดรวมหลายรายการคลาดเคลื่อนได้ ควรเก็บค่าที่เครื่องคำนวณได้ระหว่างขั้นตอน แล้วปัดเศษตามหลักเกณฑ์ที่ต้องใช้เมื่อได้ผลลัพธ์สุดท้าย หากเป็นการคำนวณเงินจริง ควรตรวจสอบเงื่อนไขการปัดเศษของงานนั้นก่อนสรุปยอด

7. ใช้เปอร์เซ็นต์กับยอดเงินที่ไม่ตรงเงื่อนไข

ในงานจริง เงินเดือนที่ใช้คำนวณเงินเพิ่ม ค่าคอมมิชชันที่คิดจากยอดขาย หรือกำไรที่คิดจากต้นทุน อาจใช้ฐานคำนวณต่างกัน แม้ใช้อัตราร้อยละเดียวกันก็ให้ผลลัพธ์ต่างกันได้ จึงควรอ่านเงื่อนไขให้ชัดเจนก่อนแทนตัวเลขลงในสูตร

แบบฝึกหัดสั้น ๆ พร้อมวิธีตรวจคำตอบ

ลองคำนวณโจทย์ต่อไปนี้ด้วยตนเองก่อนดูวิธีตรวจคำตอบ แต่ละข้อใช้สูตรต่างกันเพื่อช่วยให้แยกได้ว่าโจทย์ต้องการจำนวนเงินจากเปอร์เซ็นต์ จำนวนเงินหลังลด หรืออัตราร้อยละจากยอดเงินที่ทราบอยู่แล้ว

เงิน 8,000 บาท คิดเป็น 7% ได้กี่บาท?

วิธีคิด: 8,000 × 7 ÷ 100 = 560 บาท

วิธีตรวจ: นำ 560 ÷ 8,000 × 100 จะได้ 7% หากคำนวณย้อนกลับแล้วได้อัตราเดิม แสดงว่าคำตอบสอดคล้องกับโจทย์

โจทย์ข้อที่ 2: หาราคาหลังลด

สินค้าราคา 2,500 บาท ลดราคา 12% ต้องจ่ายเงินเท่าไร?

วิธีคิด: เงินส่วนลด = 2,500 × 12 ÷ 100 = 300 บาท

ราคาหลังลด = 2,500 − 300 = 2,200 บาท

วิธีตรวจ: ราคาหลังลด 88% ของราคาเดิม เพราะลดไป 12% ดังนั้น 2,500 × 88 ÷ 100 = 2,200 บาทเช่นกัน

ได้รับค่าคอมมิชชัน 450 บาท จากยอดขาย 9,000 บาท คิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์?

วิธีคิด: 450 ÷ 9,000 × 100 = 5%

วิธีตรวจ: นำยอดขาย 9,000 บาทคูณ 5% จะได้ 450 บาท ตรงกับค่าคอมมิชชันที่โจทย์กำหนด

รายรับเพิ่มจาก 12,000 บาท เป็น 13,800 บาท รายรับเพิ่มขึ้นกี่เปอร์เซ็นต์?

วิธีคิด: จำนวนเงินที่เพิ่มขึ้น = 13,800 − 12,000 = 1,800 บาท

เปอร์เซ็นต์ที่เพิ่มขึ้น = 1,800 ÷ 12,000 × 100 = 15%

วิธีตรวจ: 15% ของ 12,000 บาทเท่ากับ 1,800 บาท เมื่อนำไปบวกกับยอดเดิมจะได้ 13,800 บาทพอดี

เงิน 4,000 บาท เพิ่มขึ้น 5% จะกลายเป็นเงินเท่าไร?

วิธีคิด: เงินที่เพิ่มขึ้น = 4,000 × 5 ÷ 100 = 200 บาท

ยอดใหม่ = 4,000 + 200 = 4,200 บาท

วิธีตรวจ: ยอดใหม่ต้องเท่ากับ 105% ของยอดตั้งต้น จึงคำนวณ 4,000 × 105 ÷ 100 ได้ 4,200 บาท

หลักตรวจคำตอบก่อนนำไปใช้

  • หากโจทย์ถามจำนวนเงินจากเปอร์เซ็นต์ ให้คูณยอดตั้งต้นด้วยอัตราร้อยละที่แปลงเป็นทศนิยมแล้ว
  • หากโจทย์ถามราคาหลังลด ให้หักเงินส่วนลดออกจากราคาเดิม
  • หากโจทย์ถามว่าเงินจำนวนหนึ่งเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ ให้หารจำนวนเงินนั้นด้วยฐานคำนวณแล้วคูณ 100
  • หากโจทย์ถามเปอร์เซ็นต์การเปลี่ยนแปลง ให้หาผลต่างก่อน แล้วหารด้วยยอดตั้งต้นเดิม

สรุปวิธีคิดเปอร์เซ็นต์เป็นเงิน

การคิดเปอร์เซ็นต์เป็นเงินเริ่มจากการระบุยอดเงินตั้งต้นและอัตราร้อยละให้ถูกต้อง จากนั้นใช้สูตรจำนวนเงิน = ยอดเงินตั้งต้น × เปอร์เซ็นต์ ÷ 100 หากเป็นส่วนลดหรือเงินเพิ่ม ต้องนำจำนวนเงินที่คำนวณได้ไปลบหรือบวกกับยอดเดิมตามโจทย์ ส่วนการคำนวณหลายรายการสามารถใช้ตารางคำนวณเพื่อช่วยลดความผิดพลาดได้

ขั้นตอนถัดไปคือเลือกยอดเงินจริงที่ต้องการคำนวณ ทดลองแทนตัวเลขในสูตร แล้วตรวจคำตอบด้วยการคำนวณย้อนกลับอีกครั้ง โดยเฉพาะเมื่อต้องใช้ผลลัพธ์ในการจ่ายเงิน คิดค่าคอมมิชชัน หรือสรุปยอดรายรับ

คำถามที่พบบ่อย

วิธีคิดเปอร์เซ็นต์เป็นเงินใช้สูตรอะไร?

ใช้สูตร จำนวนเงินที่ต้องการ = ยอดเงินตั้งต้น × เปอร์เซ็นต์ ÷ 100 เช่น 10% ของ 2,000 บาท เท่ากับ 200 บาท

3% ของเงิน 10,000 บาท เท่ากับกี่บาท?

คำนวณจาก 10,000 × 3 ÷ 100 ได้ 300 บาท

15% ของเงิน 100 บาท ได้เท่าไร?

คำนวณจาก 100 × 15 ÷ 100 ได้ 15 บาท

ลดราคา 20% ต้องคำนวณอย่างไร?

นำราคาเดิมคูณ 20 แล้วหาร 100 เพื่อหาเงินส่วนลด จากนั้นนำเงินส่วนลดไปลบออกจากราคาเดิม เช่น ราคา 500 บาท ลด 20% เท่ากับลด 100 บาท และเหลือ 400 บาท

5% ของเงินเดือน 20,000 บาท เป็นเงินเท่าไร?

นำ 20,000 × 5 ÷ 100 จะได้ 1,000 บาท

จะหาว่าเงินจำนวนหนึ่งคิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ได้อย่างไร?

ใช้สูตร จำนวนเงินที่ทราบ ÷ ยอดเงินตั้งต้น × 100 เช่น 250 บาทจากยอดตั้งต้น 5,000 บาท คิดเป็น 5%

คิดเปอร์เซ็นต์ด้วยเครื่องคิดเลขที่ไม่มีปุ่มเปอร์เซ็นต์ได้หรือไม่?

ได้ โดยนำยอดเงินตั้งต้นคูณตัวเลขเปอร์เซ็นต์แล้วหาร 100 เช่น 3,000 × 8 ÷ 100 ได้ 240 บาท

เปอร์เซ็นต์ที่เพิ่มขึ้นคำนวณจากยอดเงินใด?

คำนวณจากยอดเงินตั้งต้นก่อนเพิ่ม โดยนำจำนวนเงินที่เพิ่มขึ้นหารด้วยยอดเดิม แล้วคูณ 100

เกี่ยวกับผู้เขียน

สมชาย ใจดี — บรรณาธิการเครื่องมือคำนวณ

ดูแลเครื่องคิดเลขออนไลน์และตรวจสอบวิธีการคำนวณในแต่ละคู่มือของเว็บไซต์นี้

editor@xn--22cdal0e7dra4d7c0a0hi2h.com

ใช้เครื่องมือ บทความทั้งหมด