คำนวณเปอร์เซ็นต์การเปลี่ยนแปลงจากค่าเฉลี่ย

คำตอบโดยย่อ: การคำนวณเปอร์เซ็นต์การเปลี่ยนแปลงจากค่าเฉลี่ย เริ่มจากนำข้อมูลทั้งหมดมาบวกกันแล้วหารด้วยจำนวนข้อมูล จากนั้นนำค่าที่ต้องการเปรียบเทียบลบด้วยค่าเฉลี่ย แล้วหารด้วยค่าเฉลี่ยและคูณ 100 ผลลัพธ์เป็นบวกหมายถึงค่าสูงกว่าค่าเฉลี่ย ส่วนผลลัพธ์เป็นลบหมายถึงค่าต่ำกว่าค่าเฉลี่ย

สูตรคำนวณเปอร์เซ็นต์การเปลี่ยนแปลงจากค่าเฉลี่ย

หากต้องการทราบว่าค่าหนึ่งสูงกว่าหรือต่ำกว่าค่าเฉลี่ยคิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ สามารถใช้ค่าเฉลี่ยเป็นฐานอ้างอิงในการคำนวณได้ โดยต้องแยกให้ออกระหว่างการเปรียบเทียบค่ากับค่าเฉลี่ย และการวัดเปอร์เซ็นต์การเปลี่ยนแปลงระหว่างค่าก่อนกับค่าหลัง เพราะทั้งสองวิธีใช้ตัวหารต่างกัน

สูตรเปรียบเทียบค่ากับค่าเฉลี่ย

เปอร์เซ็นต์ที่แตกต่างจากค่าเฉลี่ย = [(ค่าที่ต้องการเปรียบเทียบ − ค่าเฉลี่ย) ÷ ค่าเฉลี่ย] × 100

ตัวแปรในสูตรมีความหมายดังนี้

  • ค่าที่ต้องการเปรียบเทียบ: ตัวเลขที่ต้องการตรวจสอบว่าสูงหรือต่ำกว่าค่าเฉลี่ยเท่าใด
  • ค่าเฉลี่ย: ผลรวมของข้อมูลทั้งหมดหารด้วยจำนวนข้อมูล
  • ผลต่าง: ค่าที่ต้องการเปรียบเทียบลบด้วยค่าเฉลี่ย
  • 100: ใช้แปลงผลลัพธ์จากอัตราส่วนให้เป็นเปอร์เซ็นต์

ตัวอย่างเช่น ค่าเฉลี่ยของยอดขายเท่ากับ 200 หน่วย และต้องการเปรียบเทียบยอดขาย 250 หน่วยกับค่าเฉลี่ย จะได้ [(250 − 200) ÷ 200] × 100 = 25% หมายความว่ายอดขายดังกล่าวสูงกว่าค่าเฉลี่ย 25%

ดูเพิ่มเติม: คำนวณเปอร์เซ็นต์การเปลี่ยนแปลงระหว่างเดือน | เครื่องคิดเลข

ผลลัพธ์เป็นบวก ลบ หรือศูนย์ หมายถึงอะไร

  • ผลลัพธ์เป็นบวก: ค่าที่นำมาเปรียบเทียบสูงกว่าค่าเฉลี่ย
  • ผลลัพธ์เป็นลบ: ค่าที่นำมาเปรียบเทียบต่ำกว่าค่าเฉลี่ย
  • ผลลัพธ์เป็นศูนย์: ค่าที่นำมาเปรียบเทียบเท่ากับค่าเฉลี่ย

ควรแสดงเครื่องหมายลบไว้เมื่อผลลัพธ์ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย เช่น −15% หมายถึงค่าดังกล่าวต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 15% ไม่ใช่การลดลง 15% จากช่วงเวลาก่อนหน้า เว้นแต่จะใช้ค่าเฉลี่ยเป็นค่าฐานในความหมายที่กำหนดไว้อย่างชัดเจน

ดูเพิ่มเติม: คำนวณเปอร์เซ็นต์ย้อนกลับหาราคาเดิม วิธีคิดและสูตรที่ถูกต้อง | เครื่องคิดเลข

ตัวอย่างค่าที่สูงกว่าและต่ำกว่าค่าเฉลี่ย

การดูเฉพาะตัวเลขเปอร์เซ็นต์อาจทำให้เข้าใจผิดได้ หากไม่พิจารณาค่าเฉลี่ยที่ใช้เป็นฐาน ตัวอย่างต่อไปนี้แสดงวิธีคำนวณทั้งกรณีที่ค่าสูงกว่า ต่ำกว่า และเท่ากับค่าเฉลี่ย โดยใช้ค่าเฉลี่ย 80 เป็นฐานเดียวกัน

กรณีที่ค่าสูงกว่าค่าเฉลี่ย

สมมติว่าค่าเฉลี่ยของข้อมูลเท่ากับ 80 และค่าที่ต้องการเปรียบเทียบเท่ากับ 100

เปอร์เซ็นต์ที่แตกต่างจากค่าเฉลี่ย = [(100 − 80) ÷ 80] × 100 = 25%

ผลลัพธ์เป็นบวก แสดงว่าค่า 100 สูงกว่าค่าเฉลี่ย 80 อยู่ 25% หากข้อมูลนี้เป็นคะแนนสอบ ก็หมายความว่าคะแนนดังกล่าวสูงกว่าคะแนนเฉลี่ยของชุดข้อมูลตามสัดส่วนที่คำนวณได้

กรณีที่ค่าต่ำกว่าค่าเฉลี่ย

สมมติว่าค่าเฉลี่ยเท่ากับ 80 แต่ค่าที่ต้องการเปรียบเทียบเท่ากับ 60

เปอร์เซ็นต์ที่แตกต่างจากค่าเฉลี่ย = [(60 − 80) ÷ 80] × 100 = −25%

ผลลัพธ์เป็นลบ แสดงว่าค่า 60 ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 80 อยู่ 25% การใช้เครื่องหมายลบช่วยให้เห็นทิศทางของความแตกต่างชัดเจน หากเขียนเป็นข้อความสามารถระบุว่า “ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 25%” ได้เช่นกัน

กรณีที่ค่าเท่ากับค่าเฉลี่ย

หากค่าที่ต้องการเปรียบเทียบเท่ากับ 80 ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ย จะได้ [(80 − 80) ÷ 80] × 100 = 0%

ผลลัพธ์เป็นศูนย์ หมายความว่าค่านั้นไม่มีความแตกต่างจากค่าเฉลี่ย ไม่ได้สูงกว่าหรือต่ำกว่าในเชิงเปอร์เซ็นต์

เปรียบเทียบผลลัพธ์ทั้งสามกรณี

ค่าเฉลี่ย ค่าที่นำมาเปรียบเทียบ เปอร์เซ็นต์เทียบกับค่าเฉลี่ย การตีความ
80 100 +25% สูงกว่าค่าเฉลี่ย 25%
80 60 −25% ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 25%
80 80 0% เท่ากับค่าเฉลี่ย

ข้อสังเกตคือ ค่า 100 สูงกว่าค่าเฉลี่ย 20 หน่วย และค่า 60 ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 20 หน่วย เมื่อใช้ฐานเดียวกันคือ 80 จึงมีเปอร์เซ็นต์แตกต่างกันเท่ากันในขนาด แต่มีเครื่องหมายตรงข้าม

วิธีคำนวณเปอร์เซ็นต์จากค่าเฉลี่ยใน Excel

หากมีข้อมูลหลายรายการและต้องการเปรียบเทียบว่าแต่ละค่ามากหรือน้อยกว่าค่าเฉลี่ยกี่เปอร์เซ็นต์ สามารถใช้โปรแกรมตารางคำนวณเพื่อหาค่าเฉลี่ยและคำนวณผลต่างได้ในชุดสูตรเดียว วิธีนี้เหมาะกับการวิเคราะห์ยอดขาย คะแนนสอบ ค่าใช้จ่ายรายเดือน หรือข้อมูลที่มีหลายช่วงเวลา

ตัวอย่างการจัดข้อมูลและเขียนสูตร

สมมติว่ามียอดขาย 5 วันอยู่ในเซลล์ B2 ถึง B6 โดยมีค่าเท่ากับ 60, 70, 80, 90 และ 100 ตามลำดับ ต้องการหาว่ายอดขายแต่ละวันแตกต่างจากค่าเฉลี่ยกี่เปอร์เซ็นต์ ให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้

  1. ใส่ข้อมูลแต่ละวันลงในเซลล์ B2 ถึง B6
  2. หาค่าเฉลี่ยด้วยสูตร =AVERAGE(B2:B6) แล้วใส่ไว้ในเซลล์ B7
  3. ใส่สูตร =(B2-$B$7)/$B$7*100 ในเซลล์ C2
  4. คัดลอกสูตรจาก C2 ลงไปจนถึง C6 เพื่อคำนวณค่าของทุกวัน

ค่าเฉลี่ยของข้อมูลชุดนี้เท่ากับ 80 ผลลัพธ์ที่ได้จะเป็นดังตาราง

ยอดขายผลต่างจากค่าเฉลี่ยเปอร์เซ็นต์เทียบกับค่าเฉลี่ย
60-20-25%
70-10-12.5%
8000%
901012.5%
1002025%

เครื่องหมายดอลลาร์ใน $B$7 ใช้ล็อกตำแหน่งเซลล์ค่าเฉลี่ยไว้ เมื่อคัดลอกสูตรลงแถวอื่น โปรแกรมจึงยังนำค่าทุกแถวไปเปรียบเทียบกับค่าเฉลี่ยเดิม ไม่ใช่เลื่อนตำแหน่งเซลล์ฐานหารตามไปด้วย

เลือกวิธีแสดงผลเป็นตัวเลขหรือเปอร์เซ็นต์

สูตรข้างต้นคูณด้วย 100 แล้ว จึงแสดงผลเป็นตัวเลข เช่น 12.5 หากต้องการใช้รูปแบบเซลล์เปอร์เซ็นต์โดยตรง ให้เอา *100 ออกจากสูตร แล้วเปลี่ยนรูปแบบเซลล์เป็นเปอร์เซ็นต์ ผลลัพธ์จะยังเท่ากับ 12.5% ไม่ควรคูณ 100 แล้วตั้งรูปแบบเปอร์เซ็นต์ซ้ำ เพราะอาจแสดงเป็น 1,250% แทน

กรณีพิเศษเมื่อค่าเฉลี่ยเป็นศูนย์หรือติดลบ

สูตรเปอร์เซ็นต์เทียบกับค่าเฉลี่ยคือ ((ค่าที่เลือก - ค่าเฉลี่ย) / ค่าเฉลี่ย) × 100 ดังนั้น ค่าเฉลี่ยต้องไม่เป็นศูนย์ และควรตรวจสอบความหมายของข้อมูลก่อนนำผลที่ได้ไปตีความ โดยเฉพาะชุดข้อมูลที่มีค่าติดลบ

เมื่อค่าเฉลี่ยเท่ากับศูนย์

หากค่าเฉลี่ยเป็นศูนย์ จะไม่สามารถหารด้วยค่าเฉลี่ยตามสูตรนี้ได้ เพราะการหารด้วยศูนย์ไม่มีนิยามทางคณิตศาสตร์ ตัวอย่างเช่น ข้อมูล -10, 0 และ 10 มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 0 แม้จะคำนวณผลต่างระหว่างค่าต่าง ๆ ได้ แต่ไม่สามารถแปลงผลต่างเหล่านั้นเป็นเปอร์เซ็นต์เทียบกับค่าเฉลี่ยศูนย์ได้อย่างถูกต้อง

ในกรณีนี้ควรรายงานผลต่างเป็นจำนวนจริง หรือเลือกฐานเปรียบเทียบอื่นที่เหมาะสมกับวัตถุประสงค์ เช่น ค่าเป้าหมายหรือค่าอ้างอิงที่ไม่เป็นศูนย์ โดยระบุให้ชัดเจนว่าเปลี่ยนฐานคำนวณแล้ว

เมื่อค่าเฉลี่ยเป็นค่าติดลบ

ค่าเฉลี่ยติดลบทำให้เครื่องหมายของเปอร์เซ็นต์อาจสวนทางกับความเข้าใจทั่วไป ตัวอย่างเช่น ค่าเฉลี่ยเท่ากับ -10 และค่าที่เลือกเท่ากับ -5 เมื่อนำเข้าสูตรจะได้

((-5 - (-10)) / -10) × 100 = -50%

แม้ค่า -5 จะมีค่ามากกว่า -10 ในทางคณิตศาสตร์ แต่สูตรให้ผล -50% เพราะฐานหารเป็นค่าติดลบ ผลนี้จึงไม่ควรตีความทันทีว่าเกิดการลดลง 50% ในความหมายทางธุรกิจหรือการดำเนินงาน

หากกำลังวิเคราะห์กำไรขาดทุน อุณหภูมิที่ต่ำกว่าศูนย์ หรือข้อมูลที่มีค่าติดลบ ควรระบุสูตรและฐานอ้างอิงให้ชัดเจน และพิจารณารายงานผลต่างเป็นจำนวนจริงควบคู่ไปด้วย ส่วนการใช้ค่าสัมบูรณ์ของค่าเฉลี่ยเป็นฐานหารจะเปลี่ยนความหมายของตัวชี้วัด จึงควรทำเฉพาะเมื่อกำหนดวิธีดังกล่าวไว้โดยชัดแจ้ง

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการคำนวณเปอร์เซ็นต์จากค่าเฉลี่ย

แม้สูตรจะไม่ซับซ้อน แต่การเลือกฐานหารและการจัดรูปแบบผลลัพธ์ที่ไม่ถูกต้องอาจทำให้สรุปข้อมูลผิดได้ ควรตรวจสอบประเด็นต่อไปนี้ก่อนนำตัวเลขไปใช้

ข้อผิดพลาดผลที่อาจเกิดขึ้นวิธีแก้ไข
ใช้ค่าที่เลือกเป็นตัวหารแทนค่าเฉลี่ยได้เปอร์เซ็นต์ที่ตอบคนละคำถามใช้ค่าเฉลี่ยเป็นฐานหารตามสูตรที่กำหนด
ลืมคูณ 100ได้อัตราส่วน เช่น 0.125 แทนตัวเลขเปอร์เซ็นต์ 12.5คูณ 100 หรือใช้รูปแบบเซลล์เปอร์เซ็นต์อย่างใดอย่างหนึ่ง
คูณ 100 แล้วตั้งรูปแบบเปอร์เซ็นต์ซ้ำตัวเลขสูงเกินจริง 100 เท่าเลือกใช้การคูณ 100 หรือรูปแบบเปอร์เซ็นต์เพียงวิธีเดียว
ใช้ค่าเฉลี่ยผิดชุดข้อมูลผลเปรียบเทียบไม่ตรงกับกลุ่มที่ต้องการวิเคราะห์ตรวจสอบช่วงข้อมูลที่ใช้หาค่าเฉลี่ยก่อนคำนวณ
ไม่ล็อกเซลล์ค่าเฉลี่ยในสูตรสูตรที่คัดลอกลงแถวถัดไปอาจอ้างอิงเซลล์ผิดใช้การอ้างอิงแบบสัมบูรณ์ เช่น $B$7
นำสูตรไปใช้เมื่อค่าเฉลี่ยเป็นศูนย์เกิดข้อผิดพลาดจากการหารด้วยศูนย์ตรวจสอบค่าเฉลี่ยก่อนคำนวณและเลือกวิธีรายงานอื่น
ตีความเครื่องหมายลบโดยไม่ดูฐานหารสรุปว่าข้อมูลเพิ่มขึ้นหรือลดลงผิดทิศทางตรวจสอบเครื่องหมายของค่าเฉลี่ยและบริบทของข้อมูล
ปัดเศษเร็วเกินไปผลลัพธ์คลาดเคลื่อนเมื่อเปรียบเทียบหลายรายการคำนวณด้วยค่าที่มีความละเอียดเพียงพอ แล้วปัดเศษเฉพาะตอนแสดงผล

ตรวจสอบผลก่อนสรุป

หลังคำนวณเสร็จ ให้ตรวจสอบว่าค่าที่เท่ากับค่าเฉลี่ยได้ผล 0% ค่าที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยและใช้ฐานหารเป็นบวกได้ผลบวก และค่าที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยและใช้ฐานหารเป็นบวกได้ผลลบ นอกจากนี้ควรลองคำนวณด้วยมืออย่างน้อยหนึ่งรายการเพื่อเทียบกับผลในตาราง หากค่าเฉลี่ยเป็นศูนย์หรือติดลบ ให้ตรวจสอบการตีความแยกต่างหาก

สรุปวิธีคำนวณเปอร์เซ็นต์การเปลี่ยนแปลงจากค่าเฉลี่ย

การเปรียบเทียบค่ากับค่าเฉลี่ยใช้สูตร ((ค่าที่เลือก - ค่าเฉลี่ย) / ค่าเฉลี่ย) × 100 เพื่อแสดงว่าค่านั้นสูงหรือต่ำกว่าค่าเฉลี่ยเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ ก่อนนำผลไปใช้ ควรตรวจสอบชุดข้อมูล ฐานหาร เครื่องหมาย และรูปแบบการแสดงผลให้ถูกต้อง หากค่าเฉลี่ยเป็นศูนย์ สูตรนี้จะใช้ไม่ได้ ส่วนค่าเฉลี่ยติดลบต้องตีความอย่างระมัดระวัง ขั้นตอนถัดไปคือเลือกข้อมูลที่ต้องการวิเคราะห์ หาค่าเฉลี่ย แล้วคำนวณและตรวจสอบผลทีละรายการ

Sources

คำถามที่พบบ่อย

คำนวณเปอร์เซ็นต์จากค่าเฉลี่ยใช้สูตรอะไร?

ใช้สูตร ((ค่าที่เลือก - ค่าเฉลี่ย) ÷ ค่าเฉลี่ย) × 100 โดยต้องมีค่าเฉลี่ยที่ไม่เป็นศูนย์

เปอร์เซ็นต์เทียบกับค่าเฉลี่ยต่างจากเปอร์เซ็นต์การเปลี่ยนแปลงอย่างไร?

เปอร์เซ็นต์เทียบกับค่าเฉลี่ยใช้ค่าเฉลี่ยเป็นฐานอ้างอิง ส่วนเปอร์เซ็นต์การเปลี่ยนแปลงระหว่างสองช่วงใช้ค่าเริ่มต้นเป็นฐานหาร

ถ้าค่าที่เลือกเท่ากับค่าเฉลี่ย จะได้กี่เปอร์เซ็นต์?

ได้ 0% เพราะผลต่างระหว่างค่าที่เลือกกับค่าเฉลี่ยเท่ากับศูนย์

ถ้าค่าที่เลือกสูงกว่าค่าเฉลี่ย จะได้เปอร์เซ็นต์เป็นบวกหรือไม่?

หากค่าเฉลี่ยเป็นบวกและใช้สูตรตามปกติ ผลจะเป็นบวก เพราะค่าที่เลือกมากกว่าค่าเฉลี่ย

ถ้าค่าที่เลือกต่ำกว่าค่าเฉลี่ย จะได้เปอร์เซ็นต์เป็นลบหรือไม่?

หากค่าเฉลี่ยเป็นบวก ผลจะเป็นลบ เพราะค่าที่เลือกต่ำกว่าฐานอ้างอิง

ค่าเฉลี่ยเป็นศูนย์ คำนวณเปอร์เซ็นต์ได้หรือไม่?

คำนวณด้วยสูตรนี้ไม่ได้ เพราะต้องหารด้วยศูนย์ ควรรายงานผลต่างเป็นจำนวนจริงหรือเลือกฐานอ้างอิงอื่นที่เหมาะสม

ค่าเฉลี่ยติดลบ ควรคำนวณอย่างไร?

สามารถแทนค่าลงในสูตรได้เมื่อค่าเฉลี่ยไม่เป็นศูนย์ แต่ต้องระวังการตีความเครื่องหมาย เพราะฐานหารที่ติดลบอาจทำให้ผลไม่ตรงกับความหมายของการเพิ่มขึ้นหรือลดลงทั่วไป

คำนวณเปอร์เซ็นต์จากค่าเฉลี่ยใน Excel อย่างไร?

หาค่าเฉลี่ยด้วยฟังก์ชัน AVERAGE แล้วใช้สูตรนำค่าที่เลือกหักค่าเฉลี่ย หารด้วยค่าเฉลี่ย และคูณ 100 หรือใช้รูปแบบเซลล์เปอร์เซ็นต์แทนการคูณ 100

เกี่ยวกับผู้เขียน

สมชาย ใจดี — บรรณาธิการเครื่องมือคำนวณ

ดูแลเครื่องคิดเลขออนไลน์และตรวจสอบวิธีการคำนวณในแต่ละคู่มือของเว็บไซต์นี้

editor@xn--22cdal0e7dra4d7c0a0hi2h.com

ใช้เครื่องมือ บทความทั้งหมด