คิดเปอร์เซ็นต์เพิ่มราคาสินค้าหลังหัก VAT

Quick Answer: คิดเปอร์เซ็นต์เพิ่มราคาหลังหัก VAT ต้องทำอะไรก่อน

ต้องถอด VAT ออกจากราคาสินค้าก่อน แล้วจึงนำราคาก่อน VAT ไปคิดเปอร์เซ็นต์เพิ่ม เพราะราคาหลัง VAT มีภาษีรวมอยู่ การคิดเปอร์เซ็นต์จากราคารวม VAT จะทำให้กำไรที่ได้จริงสูงเกินความเป็นจริง ลำดับที่ถูกคือ ถอด VAT → ได้ราคาก่อน VAT → คิดเปอร์เซ็นต์เพิ่มจากราคาก่อน VAT นั้น

ทำไมต้องหัก VAT ออกก่อนคิดเปอร์เซ็นต์เพิ่มราคา

ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ไม่ใช่รายได้ของผู้ขาย แต่เป็นภาษีที่ผู้ขายเก็บแทนแล้วต้องนำส่งสรรพากร เมื่อเราตั้งราคาขายรวม VAT ไว้ 100 บาท เงินส่วนหนึ่งไม่ใช่ของเรา การนำ 100 บาทไปคิดเปอร์เซ็นต์เพิ่มจะทำให้ตัวเลขกำไรสูงเกินจริง

ลองเทียบกรณีซื้อสินค้ามา 80 บาท (ราคาก่อน VAT) ต้องการบวกกำไร 20%

วิธีคิดคำนวณราคาที่ได้กำไรจริงก่อน VAT
คิดจากราคารวม VAT (ผิด)100 × 1.20120 บาทไม่ใช่ 20 บาท เพราะฐาน 100 มี VAT ปนอยู่
ถอด VAT ก่อนแล้วค่อยบวก (ถูก)(100 ÷ 1.07) × 1.20≈ 112.15 บาท≈ 13.46 บาท จากฐาน 93.46 บาท

จะเห็นว่าถ้าคิดเปอร์เซ็นต์เพิ่มจากราคาที่รวม VAT กำไรที่ได้จริงจะต่ำกว่าที่คิดไว้ เพราะฐานที่ใช้คำนวณไม่ใช่ราคาสินค้าจริง แต่มีภาษีเจือปนอยู่ การแยก VAT ออกก่อนจึงทำให้รู้ต้นทุนและกำไรที่แท้จริง

สองสูตรที่ต้องใช้คู่กันมีดังนี้

สูตรถอด VAT (ราคารวม VAT → ราคาก่อน VAT)
ราคาก่อน VAT = ราคารวม VAT ÷ 1.07
VAT = ราคารวม VAT − ราคาก่อน VAT

สูตรคิดเปอร์เซ็นต์เพิ่มราคา (ราคาก่อน VAT → ราคาตั้งขายใหม่)
ราคาใหม่ก่อน VAT = ราคาก่อน VAT × (1 + เปอร์เซ็นต์ที่ต้องการเพิ่ม ÷ 100)
ราคาตั้งขายรวม VAT = ราคาใหม่ก่อน VAT × 1.07

ลำดับการคำนวณที่ถูกต้องคือ

  1. นำราคาที่รวม VAT แล้ว มาหาร 1.07 เพื่อถอด VAT ออก
  2. นำราคาก่อน VAT ที่ได้ ไปคูณด้วย (1 + เปอร์เซ็นต์เพิ่ม ÷ 100)
  3. ถ้าต้องการราคาตั้งขายที่รวม VAT กลับไป ให้คูณ 1.07 อีกครั้ง

ตัวอย่าง ราคาสินค้ารวม VAT 107 บาท ต้องการบวกเพิ่ม 30%
ราคาก่อน VAT = 107 ÷ 1.07 = 100 บาท
ราคาใหม่ก่อน VAT = 100 × 1.30 = 130 บาท
ราคาตั้งขายรวม VAT = 130 × 1.07 = 139.10 บาท

หากต้องการฝึกคำนวณ VAT และเปอร์เซ็นต์ในรูปแบบอื่น สามารถดูวิธีคิด VAT 7% แบบละเอียดได้ที่ คำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม และดูแนวทางการคิดเปอร์เซ็นต์จากฐานเงินอื่นได้ที่ 5% ของเงินเดือนคิดยังไง

ตัวอย่างที่พบบ่อย: 100 บาทถอด VAT ได้เท่าไหร่

หลายคนสงสัยว่า 100 บาทถอด VAT ได้เท่าไหร่ คำตอบคือ 100 ÷ 1.07 ≈ 93.46 บาท และ VAT ที่อยู่ในราคานั้นคือ 100 − 93.46 = 6.54 บาท ไม่ใช่ 7 บาท เพราะ 7% คิดจากราคาก่อน VAT ไม่ใช่ราคาหลัง VAT จุดนี้เป็นความเข้าใจผิดที่ทำให้ตัวเลขคลาดเคลื่อนบ่อย

ถ้าต้องการบวกเพิ่ม 10% จากราคาก่อน VAT 93.46 บาท จะได้ 93.46 × 1.10 ≈ 102.81 บาท ก่อน VAT และเมื่อรวม VAT 7% จะเป็น 102.81 × 1.07 ≈ 110 บาท

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • นำราคารวม VAT ไปคูณเปอร์เซ็นต์เพิ่มทันที ทำให้กำไรที่ได้จริงต่ำกว่าที่คิด
  • คิด VAT 7% จากราคาหลัง VAT ทำให้ยอด VAT สูงเกินจริง
  • ลืมบวก VAT กลับเมื่อต้องออกใบกำกับภาษี ทำให้ราคาที่แจ้งลูกค้าผิด
  • ใช้ 0.07 คูณแทนการหาร 1.07 เมื่อต้องการถอด VAT

ถ้าต้องการเครื่องมือช่วยคำนวณภาษีและเปอร์เซ็นต์ให้แม่นยำขึ้น สามารถใช้ บทความและคู่มือการคำนวณ ของเว็บไซต์เป็นจุดเริ่มต้นได้

ตารางสรุปสูตรถอด VAT 7% แบบง่าย ๆ

เพื่อให้จำและนำไปใช้ได้เร็ว ตารางนี้สรุปสูตรที่ต้องใช้เมื่อเจอสถานการณ์ต่าง ๆ

สิ่งที่ต้องการหาสูตรตัวอย่าง
ราคาก่อน VATราคาหลัง VAT ÷ 1.07107 ÷ 1.07 = 100
VAT 7%ราคาหลัง VAT − ราคาก่อน VAT107 − 100 = 7
ราคารวม VATราคาก่อน VAT × 1.07100 × 1.07 = 107
บวกเปอร์เซ็นต์เพิ่มราคาก่อน VAT × (1 + %÷100)100 × 1.10 = 110
ราคาตั้งขายรวม VATราคาใหม่ก่อน VAT × 1.07110 × 1.07 = 117.70

สูตรถอด VAT แบบจำง่ายคือ "ยอดรวมหารหนึ่งจุดศูนย์เจ็ด" ส่วนการคิด VAT คือ "ราคาก่อน VAT คูณศูนย์จุดศูนย์เจ็ด" หรือ "คูณหนึ่งจุดศูนย์เจ็ด" เมื่อต้องการยอดรวม สองสูตรนี้ใช้คนละทิศทาง อย่าสลับกัน

เมื่อราคาที่เรามีอยู่เป็นราคาหลัง VAT แล้ว การจะบวกเปอร์เซ็นต์เพิ่มต้องแยกให้ออกว่าต้องการบวกจาก "ราคาหลัง VAT" โดยตรง หรือถอด VAT ออกก่อนแล้วบวกจาก "ราคาก่อน VAT" เพราะผลลัพธ์ต่างกัน ตัวอย่างด้านล่างใช้ VAT 7% และคิดเปอร์เซ็นต์เพิ่มจากราคาก่อน VAT เพื่อให้เห็นตัวเลขชัดเจน

ราคาหลัง VATราคาก่อน VAT (÷1.07)บวก 10% จากราคาก่อน VATบวก 20% จากราคาก่อน VAT
107 บาท100 บาท110 บาท120 บาท
535 บาท500 บาท550 บาท600 บาท
1,070 บาท1,000 บาท1,100 บาท1,200 บาท
10,700 บาท10,000 บาท11,000 บาท12,000 บาท

จะเห็นว่าราคาหลัง VAT ที่ลงท้ายด้วย 107, 535, 1,070 และ 10,700 บาท ล้วนถอด VAT แล้วได้ตัวเลขกลม ทำให้คิดเปอร์เซ็นต์เพิ่มได้ง่ายและตรวจสอบย้อนกลับสะดวก แต่ถ้าราคาหลัง VAT ไม่ลงตัว เช่น 250 บาท ถอด VAT ได้ประมาณ 233.64 บาท เมื่อบวก 10% จะได้ประมาณ 257 บาท ซึ่งควรปัดเศษให้ชัดเจนตั้งแต่ต้นเพื่อไม่ให้กำไรคลาดเคลื่อน

ตารางเทียบ: คิดเปอร์เซ็นต์จากราคาก่อน VAT กับราคาหลัง VAT

จุดที่ทำให้ตั้งราคาผิดบ่อยคือการเลือก "ฐานคิดเปอร์เซ็นต์" ไม่เหมือนกัน ราคาเดียวกันแต่คิดจากคนละฐานจะได้ราคาขายสุดท้ายไม่เท่ากัน ตารางนี้ใช้สินค้าราคาหลัง VAT 1,070 บาท (ก่อน VAT 1,000 บาท) และบวกเพิ่ม 10% เท่ากัน แต่เลือกฐานต่างกัน

วิธีคิดฐานที่ใช้คำนวณราคาที่ได้
บวกจากราคาก่อน VAT1,000 บาท1,000 × 1.101,100 บาท
บวกจากราคาหลัง VAT1,070 บาท1,070 × 1.101,177 บาท

ส่วนต่าง 77 บาทต่อชิ้นอาจดูไม่มาก แต่ถ้าขายเป็นจำนวนมากหรือเป็นสินค้าราคาสูง ความต่างนี้กระทบกำไรโดยตรง สาเหตุคือราคาหลัง VAT มีภาษีรวมอยู่แล้ว การเอาไปเป็นฐานบวกกำไรจึงเท่ากับคิดกำไรจากส่วนที่เป็นภาษีด้วย ทำให้ลูกค้าจ่ายแพงขึ้นโดยไม่จำเป็น หรือทำให้เราเสียเปรียบราคาตลาด ทางที่ปลอดภัยคือถอด VAT ให้เป็นราคาก่อน VAT ก่อน แล้วจึงบวกเปอร์เซ็นต์เพิ่มและบวก VAT กลับตามขั้นตอน

หากต้องการตรวจสอบตัวเลข VAT ให้แม่นยำขึ้น ใช้เครื่องคำนวณ VAT 7% ช่วยยืนยันราคาก่อน VAT และราคาหลัง VAT ได้ทันที

วิธีคำนวณเปอร์เซ็นต์ excel สำหรับคิดราคาหลังหัก VAT

ใครที่ต้องตั้งราคาสินค้าหลายรายการ การใช้ คํานวณเปอร์เซ็นต์ excel ช่วยลดความผิดพลาดและประหยัดเวลา เพราะแก้ตัวเลขเปอร์เซ็นต์ครั้งเดียวแล้วราคาทั้งตารางอัปเดตตาม สูตรที่ใช้มีดังนี้

ขั้นตอนสูตร Excelความหมาย
ถอด VAT=A2/1.07เปลี่ยนราคาหลัง VAT ใน A2 เป็นราคาก่อน VAT
บวกเปอร์เซ็นต์เพิ่ม=B2*(1+C2/100)B2 คือราคาก่อน VAT, C2 คือเปอร์เซ็นต์ที่ต้องการบวก
กลับเป็นราคารวม VAT=D2*1.07D2 คือราคาใหม่ก่อน VAT
ตรวจสอบ VAT=E2-D2E2 คือราคารวม VAT, D2 คือราคาก่อน VAT

ตัวอย่างการวางคอลัมน์

คอลัมน์ข้อมูลตัวอย่างค่า
Aราคาหลัง VAT1,070
Bราคาก่อน VAT (สูตร =A2/1.07)1,000
Cเปอร์เซ็นต์เพิ่ม (%)10
Dราคาใหม่ก่อน VAT (สูตร =B2*(1+C2/100))1,100
Eราคารวม VAT (สูตร =D2*1.07)1,177

ข้อดีของการทำเป็นตารางคือ เมื่อต้องการเปลี่ยนเปอร์เซ็นต์เพิ่มจาก 10% เป็น 15% เพียงแก้ช่อง C2 ราคาทั้งคอลัมน์ก็เปลี่ยนตาม และยังตรวจสอบย้อนกลับได้ว่ายอด VAT ที่แยกออกมาถูกต้องหรือไม่ ถ้าต้องการฝึกใช้ Excel กับงานคำนวณอื่น เช่น คิดเงินเดือนหรือส่วนลด สามารถประยุกต์สูตรเดียวกันได้ โดยเปลี่ยนเฉพาะตัวหารหรือตัวคูณ

ข้อควรระวังในการใช้ Excel คืออย่าลืมจัดรูปแบบช่องเป็นตัวเลขทศนิยม 2 ตำแหน่ง เพื่อไม่ให้ตัวเลขปัดเศษเพี้ยนไปจากที่ควรเป็น และควรล็อกช่องอัตรา VAT ไว้ที่ 1.07 แทนการพิมพ์ซ้ำในทุกสูตร เพราะถ้าอัตรา VAT เปลี่ยนในอนาคตจะแก้ไขได้จากจุดเดียว

คิดเปอร์เซ็นต์เพิ่มราคาเมื่อมีส่วนลดและหัก ณ ที่จ่าย

ในธุรกิจจริง ราคาขายไม่ได้มีแค่ VAT แต่ยังมีส่วนลดและภาษีหัก ณ ที่จ่ายเข้ามาเกี่ยวข้อง การคิดเปอร์เซ็นต์เพิ่มราคาจึงต้องดูให้ครบทุกชั้น ไม่อย่างนั้นกำไรที่คำนวณได้จะไม่ตรงกับเงินที่ได้รับจริง

สมมติราคาสินค้าหลัง VAT 1,070 บาท ถอด VAT ได้ 1,000 บาท ต้องการบวกเพิ่ม 15% ได้ราคาใหม่ก่อน VAT 1,150 บาท จากนั้นให้ส่วนลดลูกค้า 5% ราคาหลังส่วนลดก่อน VAT = 1,150 × 0.95 = 1,092.50 บาท เมื่อรวม VAT 7% เป็น 1,168.98 บาท และถ้าถูกหัก ณ ที่จ่าย 3% จากยอดก่อน VAT จะถูกหัก 1,092.50 × 0.03 = 32.78 บาท เหลือรับจริงประมาณ 1,136.20 บาท บวกกับ VAT ที่เก็บจากลูกค้า

จะเห็นว่าการมีส่วนลดและหัก ณ ที่จ่ายทำให้ตัวเลขซับซ้อนขึ้น สูตรคิดเปอร์เซ็นต์ส่วนลดคือ ราคาหลังส่วนลด = ราคาก่อนส่วนลด × (1 − เปอร์เซ็นต์ส่วนลด ÷ 100) ส่วนสูตรหัก ณ ที่จ่ายคือ ภาษีหัก ณ ที่จ่าย = ราคาก่อน VAT × อัตรา ÷ 100 ซึ่งโดยทั่วไปอัตราหัก ณ ที่จ่ายสำหรับค่าบริการอยู่ที่ 3% แต่ควรตรวจสอบอัตราตามประเภทเงินได้แต่ละกรณีอีกครั้ง

ถ้าต้องการฝึกคิดเปอร์เซ็นต์ส่วนลดเพิ่มเติม สามารถดูแนวทางได้จากบทความ คำนวณเปอร์เซ็นต์ส่วนลด ของเว็บไซต์ และหากต้องคำนวณเงินเดือนหรือรายได้ที่ถูกหักภาษี ดูได้ที่ คำนวณเปอร์เซ็นต์เงินเดือน

การถอด VAT ก่อนบวกเปอร์เซ็นต์เพิ่มไม่ได้ใช้แค่ตอนตั้งราคาขาย แต่ยังใช้ในงานหลายด้านของธุรกิจ ดังนี้

  • ตั้งราคาขายสินค้าใหม่ — เมื่อต้องการบวกกำไรจากต้นทุนจริง ต้องรู้ราคาก่อน VAT ก่อนจึงจะตั้งราคาได้ไม่ขาดทุน
  • วิเคราะห์กำไรที่แท้จริง — เพราะ VAT ไม่ใช่รายได้ การแยก VAT ออกทำให้เห็นกำไรสุทธิที่แท้จริงของสินค้าแต่ละรายการ
  • ตรวจสอบใบกำกับภาษี — ใช้ตรวจว่าผู้ขายคิด VAT ถูกต้องหรือไม่ และราคาก่อน VAT ตรงกับที่ตกลงกันไว้หรือเปล่า
  • บันทึกบัญชีภาษีซื้อ–ภาษีขาย — นักบัญชีต้องแยก VAT ออกจากยอดขายและยอดซื้อก่อนลงบัญชี เพื่อไม่ให้กำไรขาดทุนคลาดเคลื่อน
  • เปรียบเทียบราคากับคู่แข่ง — เปรียบเทียบราคาก่อน VAT จะยุติธรรมกว่า เพราะร้านที่จด VAT กับไม่จด VAT มีโครงสร้างราคาต่างกัน

จะเห็นว่าการถอด VAT เป็นขั้นตอนพื้นฐานที่เชื่อมกับงานหลายอย่าง ถ้าทำผิดตั้งแต่ต้น ตัวเลขที่ตามมาจะผิดทั้งหมด

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยและวิธีหลีกเลี่ยง

ข้อผิดพลาดส่วนใหญ่เกิดจากสับสนลำดับการคำนวณ ไม่ใช่คำนวณผิด สิ่งที่พบได้บ่อยและวิธีแก้มีดังนี้

  • บวกเปอร์เซ็นต์ทับราคาหลัง VAT แล้วบวก VAT ซ้ำอีกครั้ง — ทำให้ราคาสูงเกินจริง วิธีหลีกเลี่ยงคือกำหนดให้ชัดว่าตัวเลขที่นำมาคิดเป็นราคาก่อน VAT หรือหลัง VAT แล้วทำตามลำดับเดียวตลอด
  • หาร 1.07 ผิดตำแหน่ง — บางคนเอา 7% ของราคาหลัง VAT ไปลบตรง ๆ ซึ่งไม่ใช่การถอด VAT ที่ถูกต้อง เพราะ VAT คิดจากราคาก่อน VAT ไม่ใช่ราคาหลัง VAT
  • ไม่ปัดเศษให้เป็นกฎเดียวกัน — สินค้าราคา 250 บาทถอด VAT ได้ 233.64 บาท ถ้าปัดต่างกันในแต่ละรอบ ราคาขายจะไม่คงที่ ควรกำหนดกติกาการปัดเศษไว้ล่วงหน้า
  • ลืมรวมต้นทุนอื่นก่อนตั้งกำไร — ค่าขนส่ง ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม หรือส่วนลดที่ต้องจ่ายจริง ควรหักออกจากราคาก่อน VAT ก่อนคำนวณกำไร ไม่ใช่บวกกำไรจากยอดขายเต็ม
  • ใช้ราคาหลัง VAT เป็นฐานคิดกำไรจนขาดทุนแฝง — เพราะกำไรที่เห็นอาจรวมภาษีที่ต้องนำส่งอยู่ ทำให้กำไรสุทธิเหลือน้อยกว่าที่คิด

แนวทางที่ช่วยลดความผิดพลาดคือเขียนสูตรเป็นขั้นตอนเดียว: ราคาหลัง VAT → ถอด VAT → บวกเปอร์เซ็นต์เพิ่ม → บวก VAT กลับ แล้วเก็บสูตรนี้ไว้ใช้ซ้ำกับสินค้าทุกชิ้น เมื่อต้องการฝึกคิดเปอร์เซ็นต์รูปแบบอื่นเพิ่มเติม เช่น การหาค่าร้อยละจากฐานเงินเดือน สามารถดูแนวทางได้ที่5% ของเงินเดือนคิดยังไง และหากต้องคำนวณดอกเบี้ยหรือการเติบโตของยอดขายต่อเนื่อง มีสูตรคำนวณดอกเบี้ยทบต้นให้ใช้ประกอบการวางแผนราคาได้เช่นกัน

คำถามที่พบบ่อย (FAQs) เกี่ยวกับการคิดเปอร์เซ็นต์เพิ่มราคาหลังหัก VAT

การคิด VAT คือการเพิ่มภาษีจากราคาก่อน VAT เช่น 100 × 7% = 7 บาท เพื่อหายอดรวมที่ต้องเรียกเก็บจากลูกค้า ส่วนการถอด VAT คือการคำนวณย้อนกลับจากยอดรวม เพื่อแยกราคาก่อน VAT กับ VAT ออกจากกัน เช่น 107 ÷ 1.07 = 100 บาท สองอย่างนี้ใช้คนละทิศทางและต้องเลือกให้ถูกสถานการณ์

ปัจจุบันประเทศไทยใช้อัตรา VAT 7% ตามพระราชกฤษฎีกาที่ลดอัตราจาก 10% เหลือ 7% ชั่วคราวต่อเนื่องหลายปี แม้กฎหมายแม่บทกำหนดอัตราปกติไว้ที่ 10% ดังนั้นการคำนวณทั่วไปจึงใช้ 7% เป็นหลัก

ไม่จำเป็นทุกครั้ง หากเรามีราคาก่อน VAT อยู่แล้วก็สามารถบวกเปอร์เซ็นต์เพิ่มได้เลย แต่ถ้าราคาที่ได้มาเป็นราคารวม VAT และต้องการคิดกำไรหรือตั้งราคาใหม่ให้สะท้อนต้นทุนจริง ควรถอด VAT ก่อนทุกครั้ง

ถ้าถอด VAT ผิด ราคาก่อน VAT จะคลาดเคลื่อน ทำให้กำไรที่คำนวณได้ไม่ตรงกับความจริง ใบกำกับภาษีอาจออกผิด และการนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มอาจไม่ถูกต้อง ซึ่งเสี่ยงต่อการถูกปรับและเสียเวลาตรวจสอบย้อนหลัง

ประเทศไทยใช้ VAT 10% จริงไหม?

ตามกฎหมายแม่บทกำหนดอัตราปกติไว้ที่ 10% แต่มีการลดอัตราลงเหลือ 7% ตามพระราชกฤษฎีกาและขยายเวลาต่อเนื่อง ดังนั้นอัตราที่ใช้จริงในการคำนวณทั่วไปคือ 7%

ราคาก่อน VAT คือมูลค่าสินค้าหรือบริการที่แท้จริง ยังไม่มีภาษีรวมอยู่ ส่วนราคาหลัง VAT คือราคาที่บวกภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% เข้าไปแล้ว ซึ่งเป็นยอดที่ลูกค้าจ่ายจริง

ใช้หลักการเดียวกัน แต่เพิ่มขั้นตอนถอด VAT เข้าไป สูตร Excel คือ =ราคาหลังVAT/1.07 เพื่อถอด VAT แล้วใช้ =(ราคาก่อนVAT)*(1+เปอร์เซ็นต์/100) เพื่อบวกเปอร์

เกี่ยวกับผู้เขียน

สมชาย ใจดี — บรรณาธิการเครื่องมือคำนวณ

ดูแลเครื่องคิดเลขออนไลน์และตรวจสอบวิธีการคำนวณในแต่ละคู่มือของเว็บไซต์นี้

editor@xn--22cdal0e7dra4d7c0a0hi2h.com

ใช้เครื่องมือ บทความทั้งหมด